
‘อีซูซุ’ ชี้สัญญาณบวกตลาดรถปี’61
การประมาณการภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2561 ของ โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ที่มองไว้ในระดับ 9 แสนคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 8.7 แสนคัน โดยเมื่อปิดตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของตลาดรถยนต์เดือน ม.ค. กลับมองว่าตลาดน่าจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
การประมาณการภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2561 ของ โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ที่มองไว้ในระดับ 9 แสนคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 8.7 แสนคัน โดยเมื่อปิดตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของตลาดรถยนต์เดือน ม.ค. กลับมองว่าตลาดน่าจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตามจะต้องรอดูความชัดเจนอีกสักระยะ ซึ่งปัจจัยมีความชัดเจนจนกระทั่งส่งผลให้เห็นสัญญาณบวกของตลาดมาจากการผลักดันการใช้จ่ายของรัฐบาลที่กระจายไปยังภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบและเป็นเหตุผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจดีขึ้นตาม ประกอบกับการสิ้นสุดการถือครองรถยนต์คันแรกส่งผลให้กระตุ้นความต้องการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ของผู้บริโภค
หากมองการแข่งขันในตลาดรถกระบะที่มีการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง ทุกปีจากผู้เล่นในตลาดแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดส่งผลให้มีการแข่งขันในรูปแบบของสงครามราคา และเช่นเดียวกันในปีนี้ที่บริษัทมองว่าจะยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากกำลังการผลิตโดยรวมของทุกบริษัทยังไม่เต็มกำลังการผลิต ดังนั้นทุกคนต้องแข่งขันเพื่อผลักดันยอดการผลิตและยอดขายที่วางไว้
"บริษัทเองหลีกเลี่ยงการเข้าสู่การแข่งขันของสงครามราคามาโดยตลอด ซึ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์และบริการของเรา"
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันของตลาดรถกระบะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในการเลือกซื้อในรุ่น 4 ประตูยกสูง (ดับเบิลแคป) จากเดิมที่นิยมในรุ่น 2 ประตูตอนครึ่ง (สเปซแคป) ซึ่งต้องการความอเนกประสงค์ทั้งบรรทุกผู้โดยสารและบรรทุกสัมภาระ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถยนต์นั่งที่มีข้อจำกัดในการบรรทุกสัมภาระเมื่อเทียบกับกระบะ ประกอบกับผู้ผลิตรถยนต์ต่างลดช่องว่างของราคาระหว่างดับเบิลแคปและสเปซแคปที่เดิมมีความแตกต่างกันมากลง ซึ่งมาจากปัจจัยด้านกำลังการผลิตเพื่อการส่งออกจึงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
ส่วนปัจจัยการใช้จ่ายของภาครัฐยังส่งผลดีต่ออีกตลาดหนึ่งคือ ตลาดรถบรรทุก ซึ่งมองว่าปี 2561 ภาพรวมตลาดจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ราว 10% จากปีก่อนที่ตลาดมีอัตราหดตัวลง 4% หรืออยู่ที่ 27,044 คัน เมื่อเทียบกับ ปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 28,302 คัน
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาที่มีอัตราเติบโต ลดลงและปีนี้ที่มีอัตราเติบโตต่ำ แม้ว่าจะมีการใช้จ่ายของภาครัฐก็ตาม เนื่องจากมาตรการสนับสนุนด้านภาษีของรัฐให้ ผู้ประกอบการสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของราคารถในปี 2559 และสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ของราคารถในปี 2560 จึงดึงความต้องการของตลาดไปล่วงหน้า โดยในปีนี้การ สิ้นสุดมาตรการทางภาษีเลยทดแทน กัน ส่งผลให้มีอัตราเติบโตอยู่แต่ไม่มาก ซึ่งหากมีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่อเนื่องประกอบกับการใช้จ่ายของภาครัฐจะส่งผลดีต่อตลาดรถบรรทุกต่อไป
รายงานข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ระบุว่า ยอดขายรถยนต์เดือน ม.ค.อยู่ที่ 66,545 คัน เพิ่มขึ้น 16.2% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 25,749 คัน เพิ่มขึ้น 27.3% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 40,796 คัน เพิ่มขึ้น 10.2% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน มีจำนวน 32,796 คัน เพิ่มขึ้น 7.1% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น โดยการส่งออกมีการเติบโตสูงสุดในรอบ 6 ปี อยู่ที่ 9.9% และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ดีขึ้น โดยมีการขยายตัวอยู่ที่ 8.8% ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคเดือน ม.ค.อยู่ที่ระดับ 80% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน
จากปัจจัยเหล่านี้ เป็นสัญญาณบวกที่ต้องตามลุ้น







