
ไทย-ญี่ปุ่นลุยอุตฯอาหาร
ญี่ปุ่นขยายลงทุนไทย กระทรวงวิทย์จัดจับคู่ธุรกิจ 200 ราย ปั้นอุตสาหกรรมอาหารสู่ครัวโลก
ญี่ปุ่นขยายลงทุนไทย กระทรวงวิทย์จัดจับคู่ธุรกิจ 200 ราย ปั้นอุตสาหกรรมอาหารสู่ครัวโลก
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในงานสัมมนาครบรอบ 2 ปี ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว สำนักงานประเทศไทย (Tokyo SME Support Center) ว่า รัฐบาลพร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่าง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและเอสเอ็มอีญี่ปุ่น สนับสนุนให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ และส่งเสริมเข้ามาลงทุนในเมืองนวัตกรรมอาหาร (ฟู้ดอินโนโพลิส) ของไทย ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางครัวโลก และเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านนวัตกรรมอาหารในโลก
ทั้งนี้ จะผลักดันความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม และการร่วมสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพนวัตกรรมอาหารรายใหม่ในประเทศไทย โดยกระทรวงพร้อมส่งเสริมและเชื่อมโยงผู้ประกอบการญี่ปุ่นกับผู้ประกอบการไทย จากเครือข่ายนักวิจัยและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงในอุตสาหกรรมอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
นายโยชิยูกิ ฟุคุดะ ประธานศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว สำนักงานใหญ่โตเกียว กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นในกลุ่มอาหารสนใจเลือกที่จะเข้ามาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย และเลือกประเทศไทยอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ส่วนผลการส่งเสริมของสำนักงานในไทย พบว่า มีการจับคู่ทางธุรกิจเกิดขึ้น 1,039 ราย ขณะที่ผลการใช้บริการของศูนย์ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าใช้บริการรวม 688 บริษัท และมีข้อมูลจำนวนบริษัทจากโตเกียว ที่ขยายลงทุนมาไทยมีจำนวนมากกว่า 1,400 บริษัท
นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจเข้ามาร่วมจับคู่ทางธุรกิจในครั้งนี้มีกว่า 100 บริษัท และผู้ประกอบการไทย 100 บริษัท รวมทั้งหมด 200 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบการญี่ปุ่นสนใจที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อรองรับการจัดแข่งขันมหกรรมโอลิมปิกของญี่ปุ่นในปี 2563
ทั้งนี้ สวทน.พร้อมผลักดันผู้ประกอบการญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยและโครงการฟู้ดอินโนโพลิส รวมถึงมีนโยบายมุ่งส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร โดยใช้งบกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2562







