
ชี้2ประเด็นแก้เกณฑ์DW
ตลาดหลักทรัพย์เร่งแก้เกณฑ์ DW เน้น 2 ประเด็นสินค้าคล้ายอนุพันธ์อาจจะต้องให้วางหลักประกัน ฟังเสียงวิพากษ์กติกาแคชบาลานซ์เข้มเกินไป
ตลาดหลักทรัพย์เร่งแก้เกณฑ์ DW เน้น 2 ประเด็นสินค้าคล้ายอนุพันธ์อาจจะต้องให้วางหลักประกัน ฟังเสียงวิพากษ์กติกาแคชบาลานซ์เข้มเกินไป
นายศักรินทร์ ร่วมรังสี ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกันพิจารณาเกณฑ์เกี่ยวกับใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงหุ้นสามัญ (DW) ซึ่งเห็นว่า DW เป็นสินค้าใกล้เคียงกับอนุพันธ์ในส่วนของออปชัน ดังนั้นเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจจะไม่เหมาะสม จึงต้องพิจารณาเกณฑ์ของสินค้าอนุพันธ์ เช่น เรื่องการวางหลักประกัน รวมถึงมีเสียงวิจารณ์ว่าเกณฑ์แคชบาลานซ์เข้มเกินไป ซึ่งจะต้องหารือกับผู้เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง
“ตลาดคงจะดูใน 2 ประเด็นนี้ ว่าควรจะปรับปรุงอย่างไร จะต้องหารือกับทุกฝ่ายก่อน และพยายามให้เสร็จโดยเร็ว” นายศักรินทร์ กล่าว
สำหรับในต่างประเทศนั้น นายศักรินทร์ กล่าวว่า บางประเทศไม่มีเกณฑ์ DW แต่โบรกเกอร์แต่ละรายมีการป้องกันความเสี่ยงของบริษัทเอง เช่น การดูแลการให้วงเงินในการลงทุน และบางประเทศมีการวางเกณฑ์เกี่ยวกับอนุพันธ์ที่เข้มมาก
ด้านแหล่งข่าวจากตลาดอนุพันธ์ เปิดเผยว่า DW เป็นสินค้าคล้ายออปชัน แต่ออปชันในตลาดอนุพันธ์ไม่มีการให้ลูกค้าวางหลักประกันในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นคอลออปชัน หรือพุตออปชัน แต่จะพิจารณาถึงความมั่นคงของผู้ออกหลักทรัพย์ มากกว่า ซึ่งในส่วนของ DW ก็คือบริษัทหลักทรัพย์
นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า เกณฑ์การพิจารณาเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ ก.ล.ต.ทำขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ลงทุนและตลาดหลัก ทรัพย์นำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกำหนดเกณฑ์แคชบาลานซ์
“เกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์เป็นเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนดขึ้นมา เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนประกอบการตัดสินใจลงทุน และตลาดจะใช้ข้อมูลนี้ไปพิจารณากำหนดเกณฑ์แคชบาลานซ์อีกที” นางจารุพรรณ กล่าว
นางจารุพรรณ กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ก.ล.ต.ได้ทบทวนเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างทบทวนเครื่องมือในการกำกับดูแลการซื้อขายให้เหมาะสมกับหลักทรัพย์ทุกประเภทในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากขณะนี้หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดมีหลายประเภท เครื่องมือที่ใช้กำกับดูแลการซื้อขายจึงต้องเหมาะสมกับหลักทรัพย์แต่ละประเภท







