
หญิงอ้วนเสี่ยงสมองเสื่อม
ภาวะอ้วนเนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง นอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินทั้งในเนื้อเยื่อส่วนปลายและในสมอง
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วาสนา ปรัชญาสกุล นักวิจัยรุ่นใหม่ผู้รับทุน สกว. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภาวะอ้วนเนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง นอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินทั้งในเนื้อเยื่อส่วนปลายและในสมอง ยังมีผลกระทบต่อการทำงานของสมองอีกด้วย เนื่องจากมีการสูญเสียการทำงานของไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่อยู่ในเซลล์และเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการเรียนรู้จดจำ
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่าภาวะอ้วน หรือขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในเพศหญิงจากการตัดรังไข่ หรือหมดประจำเดือน อย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียการเรียนรู้จดจำ โดยในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ สมองส่วนฮิปโปแคมพัสนับเป็นหนึ่งในบริเวณของสมองที่ถูกทำลาย ทำให้มีปัญหาด้านความจำและการเรียนรู้
นักวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการศึกษาวิจัยเรื่อง “ผลร่วมของการขาดเอสโตรเจนกับภาวะอ้วนจากการเหนี่ยวนำโดยการบริโภคอาหารไขมันสูงต่อภาวะดื้ออินซูลินในสมอง การปรับเปลี่ยนที่จุดประสานประสาท ความจดจำ ความเครียดออกซิเดชั่นในสมองและการทำงานของไมโตคอนเดรียในสมอง”
ผลการศึกษาพบว่า ภาวะอ้วนจะถูกตรวจพบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ในกลุ่มผ่าตัดรังไข่อย่างเดียว กลุ่มอ้วนอย่างเดียว และกลุ่มที่มีภาวะอ้วนร่วมกับการตัดรังไข่ ภาวะดื้อต่ออินซูลินในเนื้อเยื่อส่วนปลาย ภาวะเครียดออกซิเดชั่น
ขณะที่การสูญเสียการปรับเปลี่ยนที่จุดประสานในสมองส่วนฮิปโปแคมพัส จะถูกตรวจพบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 ในกลุ่มผ่าตัดรังไข่อย่างเดียว กลุ่มอ้วนอย่างเดียว และกลุ่มที่มีภาวะอ้วนร่วมกับการตัดรังไข่ แต่ผลเสียดังกล่าวจะแย่มากที่สุดในกลุ่มที่มีภาวะอ้วนร่วมกับการตัดรังไข่
ส่วนภาวะดื้อต่ออินซูลินในสมอง การสูญเสียการทำงานของไมโตคอนเดรียในสมอง และการสูญเสียการเรียนรู้จดจำจะถูกตรวจพบก่อนในกลุ่มที่มีอ้วนร่วมกับการตัดรังไข่คือ ถูกตรวจพบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 แต่ภาวะดังกล่าวจะถูกตรวจพบตามมาในกลุ่มผ่าตัดรังไข่อย่างเดียว หรือกลุ่มอ้วนอย่างเดียวในสัปดาห์ที่ 12
จึงสรุปได้ว่าภาวะอ้วนจะสามารถเร่งการสูญเสียการเรียนรู้จดจำในสภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนได้จากภาวะที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด







