พงษ์พันธ์ สัมภวคุปต์ ปั้นเอเพ็กซ์ 2 หมื่นล้าน
การกลับสู่ตลาดหุ้นรอบนี้ของ พงษ์พันธ์สัมภวคุปต์ ไม่ธรรมดา เพราะเขามาพร้อมกับโปรเจกต์ที่จะพัฒนาเต็มมือผนวกกับฝีไม้ลายมือในการทำธุรกิจที่สั่งสมมานาน 30 ปี
โดย พูลศรี เจริญ
การกลับสู่ตลาดหุ้นรอบนี้ของ พงษ์พันธ์สัมภวคุปต์ ไม่ธรรมดา เพราะเขามาพร้อมกับโปรเจกต์ที่จะพัฒนาเต็มมือผนวกกับฝีไม้ลายมือในการทำธุรกิจที่สั่งสมมานาน 30 ปี
พงษ์พันธ์ ใช้เงินทุน 785 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัท ซันเทคกรุ๊ป (SUNTEC) เดิมถือหุ้นใหญ่โดยกลุ่ม หอรุ่งเรือง คิดเป็นสัดส่วน 78% และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์(APEX) โดยเขานั่งประธานกรรมการ ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มพงษ์พันธ์ ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 40%
จากนั้นปี 2551 ได้หันมาทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเป็นอาคารชุดโรงแรม อาคารชุดพักอาศัย และที่ดินจัดสรรพร้อมบ้านพักตากอากาศ รวมถึงให้บริการจัดการให้เช่าห้องชุด หรือบ้านพักตากอากาศที่ลูกค้าซื้อบางส่วนนำออกให้เช่าในระบบโรงแรม
“ทิศทาง 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีทั้งการพัฒนาโครงการเพื่อขายให้ผู้ลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยควบคู่กันไป เพื่อสร้างผลกำไร และความแข็งแกร่ง สนับสนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ APEX” พงษ์พันธ์ กล่าวในโอกาสให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์”
ล่าสุด (15 ก.พ. 2561) คณะกรรมการหรือบอร์ด APEX อนุมัติแผนพัฒนาธุรกิจปี 2561-2564 เพื่อพัฒนาโครงการ มูลค่ารวม 2.3 หมื่นล้านบาท ล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ดังนี้
หนึ่ง การพัฒนาที่ดินหาดยาว จ.กระบี่ จำนวน 231 ไร่ ซึ่งจะมีโครงการ ประกอบด้วย โครงการคลับ เมด กระบี่ รีสอร์ท แอนด์ เรซิเด้นซ์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามรูปแบบของคลับ เมด บนที่ดินประมาณ 100 ไร่ มูลค่าประมาณ 3,800 ล้านบาท ประกอบด้วยโรงแรมจำนวน 300 ห้องพัก และพูลวิลล่าอีกจำนวน 50 วิลล่าเพื่อขาย
พงษ์พันธ์ บอกกว่า โครงการดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย.ปีนี้ คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน เปิดให้บริการปี 2564
นอกจากนี้ ดำเนินการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีกประมาณ 170 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการโรงแรมและเรสซิเดนซ์ ภายใต้การบริหารของเชนโรงแรมชั้นนำอีกประมาณ 3 โครงการในบริเวณหาดยาว เพื่อให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกระบี่ และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้บริษัท
สอง การพัฒนาที่ดินหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต จำนวน 14 ไร่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการออกแบบโครงการ เป็นโรงแรมและเรสซิเดนซ์ และปัจจุบันได้มีผู้ร่วมทุนจากฮ่องกงสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลงกันในรายละเอียดเพื่อทำสัญญาร่วมลงทุน
สาม แผนพัฒนาที่ดินบริเวณหาดในยาง จ.ภูเก็ต เป็นที่ดินที่มีชายหาดสวยงามเหมาะสำหรับทำโครงการโรงแรมและเรสซิเดนซ์ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินใกล้จะแล้วเสร็จ
“โครงการที่บริษัทพัฒนามีมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท/โครงการ โดยเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และช่วงนี้ถือเป็นช่วงลงทุน ขณะที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวเต็มที่ หรือมีรายได้และกำไรตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป” พงษ์พันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี พงษ์พันธ์ ยังต้องพิสูจน์ฝีมือต่อไป หลังประสบความสำเร็จมาแล้วรอบแรก ที่ทำให้หุ้น APEX กลับมาซื้อขายได้อีกครั้งจากโครงการ Movenpick White Sand Beach พัทยา ส่งผลให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การขอพ้นเหตุแห่งการถูกเพิกถอน หลังปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 61.88 ล้านบาท


