
เก็บเกี่ยวโอกาส ท่ามกลางตลาดผันผวน
สวัสดีครับ ปลายสัปดาห์ก่อนต่อเนื่องมาถึงต้นสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญความผันผวนรุนแรงอีกครั้ง
สวัสดีครับ ปลายสัปดาห์ก่อนต่อเนื่องมาถึงต้นสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญความผันผวนรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจากแรงเทขายที่เกิดจากความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี และความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ ผู้ลงทุนก็มีคำถามเข้ามามากพอสมควรว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ และหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรงเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่ และที่เคยวิเคราะห์กันไว้ว่า หุ้นถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจมากสำหรับปีนี้ จะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ไหม
ผมมองว่า ความผันผวนนี้เป็น Healthy Correction เป็นการพักฐานชั่วคราวของตลาดหุ้นขาขึ้น และหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผมไม่ได้มองว่าการที่ตลาดปรับตัวลงค่อนข้างแรงนี้มีวิกฤตอะไรซ่อน เพราะปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันตัวเลขผลประกอบการก็ยังคงดีกว่าที่คาดการณ์ และนับตั้งแต่ต้นปีตลาดปรับตัวขึ้นร้อนแรงมาโดยตลอด จากในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 ขึ้นถึง 8% ซึ่งถือว่าพุ่งขึ้นแรงและเร็วมาก
ดังนั้น ย่อมมีนักลงทุนที่พร้อมจะขายทำกำไรออกมาเช่นกัน ทั้งยังมีผลจากกลุ่มกองทุนที่ใช้กลยุทธ์ Risk Parity Trading ที่มุ่งควบคุมระดับความผันผวนโดยกำหนดให้ขายหุ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่ราคาหุ้นตกลงมาแตะระดับที่กำหนด หรือ Rule based trading เพื่อจัดการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ทำให้การปรับฐานครั้งนี้มีแรงเทขายแรงมาก เป็นการขายเพื่อมุ่งจัดการความผันผวนมากกว่าการซื้อขายตามปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง
ปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง หากลองดูดัชนีภาคการผลิต (PMI) สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ จะเห็นได้ว่า PMI ณ เดือน ม.ค. 2561 ล้วนปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย PMI ของสหรัฐ อยู่ที่ 59.1 สหภาพยุโรป 59.6 จีน 51.3 และหากเทียบกับ PMI เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาถือว่าเพิ่มขึ้น 9.08% 8.60% และ 6.50% โดยลำดับ ด้านญี่ปุ่นดัชนี PMI ทรงตัวที่ระดับ 54.8 แต่เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนก็ปรับตัวขึ้นมาถึง 0.76% (ที่มา : บลูมเบิร์ก 6 ก.พ. 2561)
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ไตรมาส 4/2560 ดีกว่าที่คาดการณ์ เช่น ตลาดดาวโจนส์ ประกาศผลประกอบการ 25 บริษัทจากทั้งหมด 30 บริษัท ออกมาดีกว่าคาดการณ์ถึง 84% ด้าน S&P500 ประกาศผลประกอบการ 261 บริษัทจากทั้งหมด 500 บริษัท ออกมาดีกว่าคาดการณ์ถึง 80% ครับ
ดังนั้น ความผันผวนที่เกิดขึ้นนี้ จึงถือเป็นโอกาสในการทยอยเข้าสะสมสำหรับท่านผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและพร้อมลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวจากตลาดหุ้นทั่วโลกครับ
ตลาดหุ้นอาเซียน น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งตลาดก็ย่อตัวลงมาด้วยเช่นกันและเป็นโอกาสสำหรับท่านที่สนใจจะกระจายการลงทุนไปในหุ้นเวียดนามซึ่งเป็นอีกตลาดที่โดดเด่นและมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก โดยตลาดยังคงได้อานิสงส์จากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามทั้งปัจจัยด้านโครงสร้างประชากรและคุณภาพแรงงานที่พร้อมรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ด้านเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ยังคงหลั่งไหลเข้า เสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐยังเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาวครับ







