posttoday
ดันเป้าส่งออก ปี’61ทะยาน 6%

ดันเป้าส่งออก ปี’61ทะยาน 6%

07 กุมภาพันธ์ 2561

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญการนำไปสู่ไทยแลนด์ เทคออฟ มี 2 ขาด้วยกัน ขาแรกคือการขับเคลื่อนการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องจักรใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าการส่งออกไทยในปี 2561 จะขยายตัวมากกว่าระดับ 6% ขึ้นไป ซึ่งจะกำหนดเป้าการส่งออกที่มากกว่า 6% อย่างเป็นทางการในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ในวันที่ 19 ก.พ.ที่จะถึงนี้

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญการนำไปสู่ไทยแลนด์ เทคออฟ มี 2 ขาด้วยกัน ขาแรกคือการขับเคลื่อนการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องจักรใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าการส่งออกไทยในปี 2561 จะขยายตัวมากกว่าระดับ 6% ขึ้นไป ซึ่งจะกำหนดเป้าการส่งออกที่มากกว่า 6% อย่างเป็นทางการในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ในวันที่ 19 ก.พ.ที่จะถึงนี้

สำหรับปัจจัยที่ทำให้การส่งออกขยายตัวตามเป้าที่วางไว้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยจะต้องใช้โอกาสนี้ผลักดัน รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์จะการผลักดันโดยจะเน้นตลาดที่ยังมีการเติบโตในระดับสูง เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย ในกลุ่มเหล่านี้จะต้องตั้งเป้าในสัดส่วนที่สูง และต้องลงลึกไปในแต่ละมณฑล เมืองรองที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก

อีกทั้งจะผลักดันการส่งออกผ่านอุตสาหกรรมที่มีความศักยภาพของไทย เช่น อุตสาหกรรมเกษตร อาหารที่จะต้องแก้ไขปัญหามาตรการทางการค้า (เอ็นทีบี) โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะต้องแก้ไขให้กับภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออก แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงของ ค่าเงิน หากจะให้ส่งออกเติบโตได้มากกว่า 6% ภายใต้ค่าเงินบาทเฉลี่ย อยู่ที่ 32-32.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ขาที่สองคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก คือการดูแลสินค้าเกษตรให้ราคาสูงขึ้น และเชื่อมโยงตลาดเดิมกับตลาดใหม่ ซึ่งเป็นตลาด 4.0 ที่จะโยงกับระบบการค้าอี-คอมเมิร์ซ และนำมาเชื่อมโยงกับโครงการ ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ขายสินค้าให้กับ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

"ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องอีดีซีไปแล้ว 2 หมื่นแห่ง และในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะติดตั้งเพิ่มอีก 2 หมื่นแห่ง รวมเป็น 4 หมื่นแห่ง ทั้งหมดนี้เป็นจุดช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชน หรือเป็นมาร์เก็ตเพลส ทั้ง 4 หมื่นแห่ง ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเหล่านี้จะเป็นเหมือนแก้มลิงเล็กๆ ขายสินค้าชุมชน ซึ่งจะเกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจใหญ่ข้างล่าง โดยต้องทำเชื่อมกับการ ท่องเที่ยวทำให้ชุมชมเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยกระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องโลจิสติกส์ การบริการร้านอาหารและโรงแรม" สนธิรัตน์ กล่าว

ด้านมาตรการบัตรคนจนเฟส 2 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสร้างอาชีพให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารัฐไม่ได้แจกเงิน แต่เป็นการให้สวัสดิการกลุ่มคน เหล่านี้ และช่วยหมุนเศรษฐกิจข้างล่างได้อย่างยั่งยืน โดยจะนำธุรกิจ แฟรนไชส์มาสร้างอาชีพ ตลอดจนผลักดันการค้าชายแดน เช่น ตลาดเมียนมา ตลาดลาว ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยสร้างมาร์เก็ตเพลสด้วย n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน