
‘สมยศ’รับยืมกำพล300ล้าน
โพสต์ทูเดย์ - "บิ๊กอ๊อด" เผยยืมเงิน "เสี่ยกำพล" 300 ล้านจริง แต่คืนหมดแล้ว มีเอกสารยืนยันชัดเจน แจ้งทรัพย์สินผ่าน ป.ป.ช.ครบถ้วน
โพสต์ทูเดย์ - "บิ๊กอ๊อด" เผยยืมเงิน "เสี่ยกำพล" 300 ล้านจริง แต่คืนหมดแล้ว มีเอกสารยืนยันชัดเจน แจ้งทรัพย์สินผ่าน ป.ป.ช.ครบถ้วน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า เหตุที่มีข่าวพัวพันกับเงินจำนวน 300 ล้านบาท ของนายกําพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์สถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท เนื่องจากรู้จักนายกำพลมานานกว่า 20 ปี จากการแนะนำผ่านเพื่อน โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนในแวดวงพระเครื่อง วันที่จัดงานวันเกิดเพื่อหาเงินไปสร้างโรงพยาบาลที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกำพลก็ได้มาร่วมงานและบริจาคเงิน 5 ล้านบาท ก็ถือว่านายกำพลได้ร่วมกิจกรรมการกุศลด้วยกันตลอดมา
"การคบกันเป็นเพื่อน แน่นอนว่า มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผมเคยเดือดร้อนก็เคยไปขอความช่วยเหลือจากคุณ กำพลหลายครั้ง คุณกำพลได้เคยให้ความช่วยเหลือผมด้านการเงินกว่า 3-4 ครั้ง รวมแล้วก็เป็นเงินตามที่ข่าวปรากฏ 300 กว่าล้าน" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การโอนเงินให้การช่วยเหลือครั้งนั้น มีผ่านระบบธุรกรรมทางธนาคารอย่างชัดเจน ทำให้มีเส้นทางการเงินปรากฏว่านายกำพลโอนเงินมาที่ตนเอง แต่ในปีเดียวกันนาย กำพลก็มาขอเงินคืนครบถ้วนเรียบร้อยผ่านระบบการทำธุรกรรมทางธนาคารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญได้รายงานส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2558 ฉะนั้นธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างตนเองกับนายกำพลมีจริง แต่ผ่านระบบต่างๆ มีสัญญาถูกต้องตามกฎหมาย มีการโอนเงินชดใช้หนี้สินเรียบร้อย
อดีต ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีเหตุจำเป็นต้องปกปิด เพราะไม่ได้คิดว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าสังคมยังสงสัยว่าเงินที่นายกำพลให้ยืมเป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องไปถามนายกำพลว่าไปนำเงินนี้มาจากไหน ส่วนตัวก็ตอบไม่ได้เพราะไม่กล้าว่า เงินที่ยืมมาจากไปปล้นหรือค้ายาเสพติดหรือ ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน
วันเดียวกัน นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา มอบอำนาจให้นายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความยื่นฟ้องนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ รวมถึงพิธีกรที่ร่วมดำเนินรายการ "ชูวิทย์มีเรื่องเล่า" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 33 HD และบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของช่อง 3 เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่น กรณีที่มีการกล่าวพาดพิงนายยงยุทธ ที่เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ หรือการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จากการพูดถึงเส้นทางการเงินของสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท
นายอุดม กล่าวว่า นอกจากจะฟ้องคดีอาญา 2 สำนวนแล้วในวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.เตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งจากการถูกละเมิดดังกล่าวอีก 2 สำนวนด้วยเช่นกัน โดยจะเรียกค่าเสียหายสำนวนละ 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เตรียมเรียกประชุมตำรวจทั้ง 88 สถานีตำรวจนครบาลเพื่อกวดขัน เรื่องสถานบริการ สถานบันเทิง โดยจะย้ำทุก สน.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น สถานบริการปิดตี 1 ต้องตรงตามเวลา ห้ามเยาวชนเข้าไป มั่วสุม เสพยาเสพติด หากพบการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากจะถูกดำเนินคดีแล้ว พื้นที่นั้นๆ จะถูกพิจารณาโทษทางวินัยและปกครอง







