posttoday
เชียงใหม่ริมดอยรุกตลาดเพื่อนบ้าน

เชียงใหม่ริมดอยรุกตลาดเพื่อนบ้าน

04 กุมภาพันธ์ 2561

ปิยนุช ผิวเหลืองอาเซียนตลาดทำเงินของธุรกิจก่อสร้าง จากความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดึงดูดให้ผู้ประกอบการบุกตลาดในภูมิภาค รวมถึงเชียงใหม่ริมดอย

ปิยนุช ผิวเหลือง

อาเซียนตลาดทำเงินของธุรกิจก่อสร้าง จากความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดึงดูดให้ผู้ประกอบการบุกตลาดในภูมิภาค รวมถึงเชียงใหม่ริมดอย

บริษัท เชียงใหม่ริมดอย เป็นกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างสัญชาติไทย เริ่มก่อตั้งในปี 2533 จาก กลุ่มวิศวกร ภายใต้รั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้นที่มาของชื่อเชียงใหม่ริมดอย มาจากจ.เชียงใหม่ และที่ตั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีที่ตั้งติดกับดอย โดยการก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 ของการก่อตั้งบริษัท เชียงใหม่ริมดอย ยังยึดแนวคิด ธุรกิจก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญในประเทศไทย และพร้อมเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน

ธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ริมดอย เผยว่า อาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพของกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยอาเซียนได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและนอกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน สิงคโปร์ รวมถึงนักลงทุนจากประเทศไทย

ทั้งนี้ เชียงใหม่ริมดอย เริ่มบุกตลาดอาเซียนอย่างเป็นทางการในปี 2560 ที่ผ่านมา ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท บ้านปูเพาเวอร์ ราชบุรีโฮลดิ้ง และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ซึ่งเชียงใหม่ริมดอยได้รับสัมปทานสร้างอาคารในพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน ดังกล่าว มูลค่าโครงการ 80 ล้านบาท

หลังจากเริ่มขยายธุรกิจก่อสร้างไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศไทย เชียงใหม่ ริมดอยเล็งเห็นโอกาสในตลาดซีแอล เอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสูง เชียงใหม่ริมดอยจึงเดินหน้าศึกษาตลาดกลุ่มนี้อย่างจริงจัง โดยวางแผนเริ่มต้นบุกตลาดเมียนมา ด้วยขนาดโครงการพัฒนาระดับเล็กถึงระดับกลาง ที่มีมูลค่าโครงการหลัก 10 ล้านบาท ถึงหลักร้อยล้านบาท อีกทั้งเริ่มต้นค้นหาพันธมิตรท้องถิ่น หรือกลุ่มชาวต่างชาติ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นโครงการพัฒนา กลุ่มทุนจากประเทศไทยเท่านั้น

"ซีแอลเอ็มวีเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ ต้องเลือกแข่งขันในกลุ่มที่ตัวเองถนัด กล่าวคือ กลุ่มธุรกิจจากจีน จะมีความถนัดในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่อาเซียน ขณะที่เชียงใหม่ริมดอยมีความถนัดในการพัฒนาโครงการระดับย่อยถึงระดับกลาง ที่ต้องการความละเอียดในการก่อสร้าง เราจึงเน้นแข่งขันในจุดที่เราถนัดก่อน" ธีรพัฒน์ กล่าว

ขณะที่ปัจจัยดึงดูดการลงทุนจากกลุ่มผู้ประกอบการยังภูมิภาคอาเซียนคือ การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้รูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเชื่อมโยงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม การขนส่งโลจิสติกส์ ระบบการท่องเที่ยว และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจกลุ่มก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งเปิดรับการย้ายถิ่นของแรงงานทักษะ และกลุ่มนักธุรกิจ ที่เข้ามาทำงานในภูมิภาคนี้

"มองว่าตลาดอาเซียนจะเติบโตเร็ว เนื่องจากมี Movement ระบบ คมนาคมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว รวมถึง การท่องเที่ยว การเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาคเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นโอกาสให้กับกลุ่มผู้ประกอบการไทยในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจก่อสร้าง" ธีรพัฒน์ กล่าว

ขณะที่ปัจจุบัน เชียงใหม่ริมดอย พัฒนาโครงการก่อสร้าง 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มงานอาคาร เช่น การพัฒนาอาคารสูง สถานศึกษา และโรงพยาบาล เป็นต้น และ 2.กลุ่มงานสาธารณูปโภค เช่น ระบบน้ำเสีย ไฟฟ้าพลังน้ำ การประปา และการสร้างถนน เป็นต้น โดยสัดส่วนโครงการพัฒนาปัจจุบันเป็นกลุ่มงานอาคาร 70% และกลุ่มงานสาธารณูปโภค 30% อัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี อีกทั้งเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

สำหรับโครงการพัฒนาหลักในปี 2560 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ จ.เชียงใหม่ โครงการอาคารหอพัก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น รวมมูลค่าโครงการพัฒนาตลอดทั้งปี 2560 ร่วมพันล้านบาท ขณะที่ในปี 2561 เดินหน้าบุกตลาดอาเซียนในกลุ่มโครงการพัฒนาด้านงานอาคาร สถานีไฟฟ้าย่อย ระบบบำบัดน้ำและโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน