posttoday
ปรับยุทธศาสตร์น้ำ ยืดทำทั้งระบบ20ปี

ปรับยุทธศาสตร์น้ำ ยืดทำทั้งระบบ20ปี

03 กุมภาพันธ์ 2561

ประชุม กนช.นัดแรก ปรับแผนยุทธศาสตร์น้ำเป็น 20 ปี และโครงการแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออก เน้นในพื้นที่อีอีซี

ประชุม กนช.นัดแรก ปรับแผนยุทธศาสตร์น้ำเป็น 20 ปี และโครงการแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออก เน้นในพื้นที่อีอีซี

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนช.ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะกรรมการ 4 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์น้ำ คณะกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ โดยปรับแผนยุทธศาสตร์จาก 10 ปี เป็น 20 ปี และคณะกรรมการกลั่นกรองและวิเคราะห์ประเมินผล ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดสรรงบประมาณจะมีงบประจำปีอยู่แล้วประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2561 ได้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มราว 6 หมื่นล้านบาท โดยงบที่ได้รับจะเน้นนำไปพัฒนาและดูแลแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของแผนงานและโครงการขนาดใหญ่ที่ให้มีการจัดทำแผนในระยะ 20 ปี จะระบุแผนงานเร่งด่วนในแต่ละปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการศึกษาออกแบบการลดผลกระทบในพื้นที่ โดยได้มีการนำเสนอโครงการขนาดใหญ่ในทุกภูมิภาคจำนวน 44 โครงการ

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า โครงการหนึ่งที่สำคัญคือ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเน้นในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยกรมชลประทานได้เสนอโครงการเร่งด่วนขึ้นมาทำใน 2 ปี ให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วง 10 ปี หลังจากนี้ไป แต่เพื่อความไม่ประมาท นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ สทนช.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทำแผนโดยนำน้ำทุกหยดในประเทศกลับมาใช้ควบคู่ไปกับปริมาณการใช้น้ำ รวมไปถึงการรีไซเคิลน้ำในภาคอุตสาหกรรม

นายสมเกียรติ ยังระบุว่า แผนงานที่เตรียมเสนอเข้า ครม. เพื่อขอความเห็นชอบ คือ 1.แผนแก้ไขปัญหาเมืองน้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เสนอทำบายพาสผันน้ำอ้อมเมืองเป็นอันดับแรก และเป็นโครงการขนาดใหญ่งบประมาณ 1,400 ล้านบาท 2.เป็นโครงการต่อเนื่องที่จะต้องสนับสนุนการเพาะปลูกในบริเวณ อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี โดยดึงแม่น้ำป่าสักและจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาใช้ และ 3.โครงการน้ำบาดาลและน้ำประปาของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยจะต้องเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น้ำประปาหายาก โดยนำน้ำบาดาลออกมาใช้ให้ได้

"ยุทธศาสตร์ชาติด้านการบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินการมาใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค และการแก้ปัญหาน้ำในภาคการผลิต ทั้งเกษตร อุตสาหกรรมและอีอีซี ที่ยังต้องเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่" นายสมเกียรติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?