posttoday
กลต.หนุนธุรกิจเงินร่วมลงทุนโต

กลต.หนุนธุรกิจเงินร่วมลงทุนโต

07 ตุลาคม 2553

ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์หนุนธุรกิจเงินร่วมลงทุนโต เปิดลงทุนกว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะ SME พร้อมเล็งห้ามกองทุนรวมลงทุนบริษัทใดเกิน 15% ของสินทรัพย์ หวังกระจายลงทุนมากขึ้น

ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์หนุนธุรกิจเงินร่วมลงทุนโต เปิดลงทุนกว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะ SME พร้อมเล็งห้ามกองทุนรวมลงทุนบริษัทใดเกิน 15% ของสินทรัพย์ หวังกระจายลงทุนมากขึ้น

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุนประจำไตรมาส ทางก.ล.ต.มีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) โดยให้บริษัทจัดการร่วมลงทุน (บลท.) ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ VC ขยายขอบเขตการลงทุนได้กว้างมากขึ้นเป็น Private Equity (PE) หาก VC ลงทุนในกิจการที่รัฐสนับสนุนเกินกว่า 70% จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ในเบื้องต้นได้วางแนวสำหรับกิจการที่รัฐสนับสนุนไว้ ได้แก่ เป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานและอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน โดยกองทุนต้องขึ้นทะเบียนกับก.ล.ต.ภายในปี 2557 ขนาดกองทุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่เกิน 10 ปีเป็นต้น โดยผ่านการหารือกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้องและกรมสรรพากรแล้ว

“เนื่องจาก VC เป็นธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษี เกณฑ์เดิมจึงจำกัดธุรกิจที่จะลงทุนได้ต้องเป็น SMEs ที่กำหนด รวมถึงกำหนดเวลาลงทุนและถอนเงินลงทุนไว้ ทำให้ธุรกิจ VC ในไทยไม่โตที่ควร การปรับเกณฑ์จึงส่งเสริมให้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในภาคธุรกิจมีการพัฒนาและเติบโต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ”นายธีระชัย กล่าว

นอกจากนี้ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนรวม โดยมีเป้าหมายยกระดับให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยในระยะแรกก.ล.ต.จะปรับปรุงหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง (company limit) ได้ไม่เกิน 15% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ เพื่อให้กระจายลงทุนมากขึ้น จากเดิมกำหนดไม่เกิน 15-25% และอนาคตจะทบทวนให้กระจายลงทุนมากขึ้นอีก

นายธีระชัย กล่าวว่า สำนักงานก.ล.ต.ยังได้เน้นย้ำบลจ.และผู้ขายหน่วยลงทุนเตรียมความพร้อมขายหน่วยลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้า เนื่องจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค.2554

นอกจากนี้ก.ล.ต.ได้แจ้งให้สมาคมทราบถึงนโยบายของ ก.ล.ต. ที่จะยกระดับหลักเกณฑ์ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลและส่งเสริมให้สามารถขยายการประกอบธุรกิจได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ บลจ. รองรับการเปิดเสรีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์   ก.ล.ต.จึงได้แก้ไขหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนและจะนำหลักเกณฑ์มาตรฐานสำหรับกองทุนที่สามารถเสนอขายข้ามประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities: UCITS) มาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวมุ่งคุ้มครองผู้ลงทุน มีความเป็นสากล และได้รับความนิยมจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งในเอเชีย  เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ บลจ.  ก.ล.ต. จึงจะจัดอบรมความรู้ให้แก่ บลจ. ในเร็ว ๆ นี้ด้วย

นางวรวรรณ  ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า สมาคมเห็นด้วยกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะสมกับสภาพตลาดของไทยและเป็นมาตรฐานสากลที่ดีในที่สุด ซึ่งจะรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาค การซื้อและขายหลักทรัพย์ข้ามชาติ และโอกาสที่จะมากับการเปิดเสรีใบอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่กำลังมาถึง 

สำหรับการทำความรู้จักลูกค้า และการขายหน่วยลงทุนให้เหมาะสมกับลูกค้า สมาคมได้เห็นประโยชน์และให้ความสำคัญอย่างมาก จึงได้ทำการซักซ้อมความเข้าใจกับสมาชิกตลอดมา  และโดยที่กระบวนการเตรียมตัวในเรื่องนี้จะต้องใช้เวลา  ดังนั้น บลจ. และ LBDU ที่ยังไม่ได้ดำเนินการจึงควรเริ่มเตรียมความพร้อมได้แล้ว เพื่อให้มีระบบงานและเอกสารที่พร้อมรวมถึงบุคลากรที่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวทันก่อนวันที่ 1 ก.ค.2554 

ทั้งนี้ สมาคมก็ได้มีการหารือกันถึงวิธีดำเนินการที่จะทำให้ผู้ลงทุนตระหนักถึงประโยชน์ของการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการประเมิน suitability และรู้สึกว่าไม่เป็นภาระแก่ผู้ลงทุนจนเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน