
ออมสินขอเป็นแบงก์เบอร์1
ออมสินหวังโกยกำไรปีนี้ 3 หมื่นล้าน สวนกระแสเปิดสาขาเพิ่มอีก 20 แห่งกระจายทั่วประเทศ
ออมสินหวังโกยกำไรปีนี้ 3 หมื่นล้าน สวนกระแสเปิดสาขาเพิ่มอีก 20 แห่งกระจายทั่วประเทศ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปี 2561 มีแผนจะเป็นธนาคารท้องถิ่นที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดในระบบโดยตั้งเป้าหมายทำกำไรไม่ต่ำกว่า 2.8-3 หมื่นล้านบาท ปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท เน้นขยายกลุ่มลูกค้า เอสเอ็มอีเพิ่มอีก 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 50% จากปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รวมถึง ช่วยผู้มีรายได้น้อย เตรียมขยายวงเงินในโครงการสินเชื่อ แก้หนี้นอกระบบอีก 5,000 ล้านบาท และคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไม่ให้เกิน 2.4%
ขณะที่เงินฝากตั้งเป้าเพิ่มเงินฝาก อีก 7.8 หมื่นล้านบาท เน้นกลุ่มอายุ 18-22 ปี เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้จาก 33.86% เป็น 40% ในปี 2565 ในปี 2560 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างที่ระดับ 2 ล้านล้านบาท เงินฝากที่ระดับ 2.21 ล้านล้านบาท ถือเป็นอันดับ 1 ในระบบธนาคารแล้ว
"ในปีนี้จะรุกสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น ตั้งเป้าเปิดศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็น 82 ศูนย์ จากปัจจุบัน18 ศูนย์จะทำให้พอร์ตเอสเอ็มอีของธนาคารเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน" นายชาติชาย กล่าว
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวต่อว่า ในปี 2561 ธนาคารต้องการจะเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่ดีที่สุด เพราะมีการดูแลคนทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย เยาวชน และเป็นธนาคารแห่งแรกที่บุกเบิกเรื่องการออกผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ จะทำควบคู่ไปกับการมุ่งสู่การเป็นธนาคารผู้นำด้านดิจิทัล ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้า MyMo อีก 2 ล้านราย จากฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 2.8 ล้านราย ซึ่งผลจากการพัฒนาด้านบริการและดิจิทัล ทำให้ในปี 2560 ธนาคารมีรายได้จากค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 5,700 ล้านบาท และลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลงได้กว่า 600 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักสำรองหนี้สงสัยจะสูญกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ในปี 2561 ธนาคารไม่มีนโยบายปิดสาขาและจะขอสวนกระแสเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีก 20 สาขา จาก 1,080 สาขา เป็น 1,100 สาขา เนื่องจากไม่มีนโยบายปิดสาขาเพื่อลดต้นทุน แต่ต้องการเพิ่มสาขาเพื่อเน้นการบริการที่ทั่วถึงมากกว่า โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัดที่จะมีสาขาบริการไม่ต่ำกว่า 915 สาขา ซึ่งจะทำให้ในอนาคตออมสินจะเป็นธนาคารที่มีสาขามากสุดในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะมีการปรับปรุงรูปแบบของสาขาใหม่ให้เหมาะสมกับลูกค้าในพื้นที่ รวมถึงอาจควบรวมสาขาในบางพื้นที่ที่มีธุรกรรมน้อย ปรับสาขาให้สามารถให้บริการ และเพิ่มรายได้ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาให้บริการทดแทน เป็นต้น และเนื่องจากธนาคารเป็นรัฐวิสาหกิจจึงไม่สามารถปรับลดพนักงานเองได้ แต่ภายใน 3 ปีน่าจะมีพนักงานลดลง 1,000 ราย ซึ่งมาจากการเปิดโอกาสให้มีการเกษียณอายุก่อนกำหนด 500 ราย รวมถึงมีพนักงานที่ลาออกเองปีละ 200-300 ราย







