posttoday
แบงก์ชาติไม่ขึ้นดอก

แบงก์ชาติไม่ขึ้นดอก

07 ตุลาคม 2553

กนง.แย้มเงินไม่เฟ้อไม่ปรับดอกเบี้ย

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.แย้มอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีก เนื่องจากเงินไหลเข้ามาก เงินบาทแข็งค่าขึ้นมีส่วนช่วยชะลอเงินเฟ้อได้

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า แนวทางการทำนโยบายของ ธปท. คือดูแลระดับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งค่าเงินบาทขณะนี้ก็ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน แม้จะมีปัจจัยเรื่องการเมืองบ้าง แต่นักลงทุนก็เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยนำเงินเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รัฐบาลในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักหรือ จี3 ยังใช้วิธีอัดฉีดเงินเข้าระบบ เพื่อแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอยู่ และการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำ 0% ต่อไปอีก มีผลให้นักลงทุนโยกเงินมาหาผลตอบแทนที่ดีมากขึ้น

นางอัจนา เปิดเผยว่า ภาวะดังกล่าวสะท้อนได้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีผลดึงดูดเงินทุนไหลเข้าค่อนข้างน้อย และถ้าดูจากผลการศึกษารายงานเงินทุนเคลื่อนย้ายในทั่วโลก ก็จะพบว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อให้เกิดเงินทุนไหลเข้าก็ต่อเมื่อค่าเงินของประเทศนั้นๆ ไม่ผันผวนหรือค่อนข้างนิ่งเท่านั้น

อีกทั้งเมื่อเทียบอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ระดับ 1.75% กับอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับ 0% ซึ่งมีส่วนต่าง 1.75% แต่ทำไมเงินทุนจากประเทศเหล่านี้ไม่เลือกไหลไปที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าไทย เช่น อินโดนีเซียที่ดอกเบี้ยสูง 10% กว่า หรืออินเดียที่ 10% แต่เลือกไหลเข้ามาที่ไทย

ในกรณีเช่นนี้ จึงมองว่าเงินทุนไหลเข้าน่าจะมีผลจาก ความคาดหวังของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่คาดว่าค่าเงินจะแข็งค่าขึ้นเร็วมากกว่า จะมองว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงหรือต่ำ ส่วนกรณีของไทยเงินทุนไหลเข้าน่าจะมีปัจจัยจาก นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมาต่อเนื่อง บวกกับทิศทางดอกเบี้ยมีโอกาสสูงขึ้น

“สรุปแล้วส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยกับประเทศอื่นที่เขาคงดอกเบี้ยต่ำไว้นั้น ไม่ใช่ปัจจัยที่จะนำมาตัดสินใจในการดำเนินนโยบายว่าดอกเบี้ยควรจะขึ้นหรือลด อย่างไรก็ตาม ผลจากการที่มีเงินไหลเข้ามามากส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น ก็น่าจะมีส่วนช่วยให้เงินเฟ้อไม่สูงขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อเงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยก็อาจไม่ต้องปรับขึ้นก็ได้” นางอัจนา กล่าว

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทที่หลุด 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐไปแล้วนั้น ถือว่าเร็วกว่าที่คาด จากเดิมที่ธนาคารคาดการณ์ว่าสิ้นปีเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าเงินแข็งขึ้นไปเท่ากับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ค่าเงินแข็งค่าสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ดี ก็มีโอกาสที่เงินบาทจะหักหัวกลับมาอ่อนค่า หากภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการออกมาดูแลในช่วงนี้ รวมถึงช่องทางเก็งกำไรของนักลงทุนต่างประเทศเริ่มน้อยลง ก็อาจเริ่มเห็นเงินไหลออก และเงินบาทจะกลับมาอยู่ในกรอบ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายเบญจรงค์ กล่าวว่า ยังมองว่าดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไปอยู่ที่ 2% ในสิ้นปีนี้ หาก ธปท.ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งที่จะถึงนี้ ก็อาจต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แต่หาก ธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งที่จะถึง คงต้องประกาศจุดยืนให้ชัดว่าจะทำอย่างไรกับค่าเงิน เพราะสังคมเริ่มมองแล้วว่า เรื่องค่าเงินกับดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่ผูกโยงกัน

“เงินบาทหลุด 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่ตอนนี้ธปท.ดูแลคนเดียวอาจไม่ทั่วถึง การจะเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนจะต้องมีการจับมือทั้งภาครัฐ ธปท. และผู้ที่ดูแลการลงทุน เพราะปีนี้เงินเข้าตลาดตราสารหนี้มากกว่าตลาดทุน 5 เท่า ทำให้มีข้อสงสัย และน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ ถ้ากระจุกรวมที่ใดที่หนึ่ง จะสร้างความเสี่ยงในตลาดนั้น ๆ และสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ” นายเบญจรงค์ กล่าว นายเบญจรงค์ กล่าวว่า คาดการณ์ปีนี้เศรษฐกิจเติบโต 7.5% แต่ปีหน้าเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกจะไม่ดีมากนัก ทั้งเศรษฐกิจในประเทศ และประเทศคู่ค้า ก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมากระเตื้องในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่เงินเฟ้อปีนี้ไม่น่าเป็นห่วงจนถึงสิ้นปี โดยคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้อยู่ที่ 3% ขณะที่เงินเฟ้อปีหน้าจะอยู่ที่ 3.75% นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.ยังคงอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 77.5% เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แม้ช่วงนี้การส่งออกจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท ทำให้ผู้ส่งออกรายได้ลดลงบ้าง แต่กำลังซื้อโดยรวมของประเทศคู่ค้ายังไม่ตกลง ทำให้การส่งออกยังไปได้ดีอย่างไรก็ดีมองว่า ภาคเอกชนต้องมีการปรับตัว ผู้ส่งออกจะขายของอย่างปัจจุบันอย่างเดียวไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องเพิ่มทักษะ เพื่อให้สินค้าที่ผลิตออกมามีมูลค่าเพิ่ม เพราะขายอย่างเดิม ก็จะต้องแข่งขันกันด้านราคา

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค