
ชีวิตเด็กวัยรุ่น ชายแดนไทย-ลาว
ในช่วงชีวิตผม ระหว่างอายุ 12-17 ปีนั้น ผมอาศัยอยู่ที่ชายแดนไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
ในช่วงชีวิตผม ระหว่างอายุ 12-17 ปีนั้น ผมอาศัยอยู่ที่ชายแดนไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งผมคิดว่ามีสีสันมาก เพราะที่นี่ผมได้เห็นเกือบทุกอย่างที่เด็กชาวกรุงไม่สามารถได้สัมผัสเลย แต่พวกเราเด็กตามแนวชายแดนได้ลิ้มรสกับวัฒนธรรมของสองประเทศที่มีความแตกต่างกันเยอะพอควร
วัยรุ่นที่เชียงของยุคนั้น ได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมจีน ที่หลั่งไหลมากับทหารจีนก๊กหมิ่นตั๋งที่แตกทัพมาจากมณฑลยูนนาน โดยติดตามกองพล 93 ของนายพลต้วน ซี เหวิน มาชายแดนไทย ซึ่งส่วนของนายพลลี ที่ได้เคลื่อนย้ายกองทัพมาทาง อ.เชียงดาว และ อ.ฝาง แต่นายพลต้วน ได้ขนย้ายกำลังถอยร่นมาทาง อ.แม่สาย เชียงแสน แม่จัน เชียงของ ต่อมามีบางส่วนได้ขึ้นไปปกป้องชายแดนด้านดอยแม่สลอง ดอยผาตั้ง และชายแดนด่านเชียงของ พวกเราจึงได้มีโอกาสสัมผัสกับพวกเขาโดยทางตรง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลดีของการมีกองกำลังกองพล 93 มาอยู่ที่นี่นั้น นอกจากเรื่องของความปลอดภัยด้านการป้องกันภัยคอมมิวนิสต์ในยุคนั้นแล้ว ต้องบอกว่าเรื่องของวัฒนธรรมจีน ที่พวกเขาได้นำมาและให้พวกเด็กๆ เราได้ซึมซับโดยไม่รู้ตัวเลยครับ ในยุคนั้นเป็นยุคสงครามเย็น แน่นอนว่าประเทศไทยเราอยู่ทางด้านฝั่งประชาธิปไตย จึงมีคำสั่งของทางการไทยเรื่องเข้มงวดกับการเรียนรู้ด้านภาษาจีนเป็นอย่างมาก ทำให้ใครก็ตามที่เรียนภาษาจีน จะต้องถูกจับตาเรื่องของแนวคิดของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แต่ด้วยความที่คนจีนทุกยุคทุกสมัยย่อมอยากให้บุตรหลานของตนเองได้เรียนรู้ภาษาของบรรพบุรุษ จึงต้องดิ้นรนหาที่เรียนให้กับบุตรหลานของตนเอง
พ่อแม่ที่เป็นชาวจีนที่อยู่ขอบชายแดนไทย-ลาวก็เช่นกัน หรือแม้แต่ในภาคเหนือแทบจะทุกอำเภอ ที่คนจีนจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ย่อมจะส่งข่าวบอกกล่าวเล่าขานกันว่า ที่เชียงของมีโรงเรียนจีนในค่ายอพยพกองพล 93 (จีนฮ่อหรือจีนยูนนาน) และยังมีที่แม่สายด้านฝั่งท่าขี้เหล็ก ที่ดอยแม่สลอง ที่ อ.เชียงคำ และที่ อ.ฝาง ที่กล่าวมานี้ล้วนมีโรงเรียนสอนภาษาจีนทั้งสิ้นครับ จึงทำให้พวกเด็กๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองชาวจีนได้ส่งมาเล่าเรียนภาษาจีนกัน พวกเราเลยรู้จักมักคุ้นกันหมด ไปที่ไหนก็จะมีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เคยเรียนหนังสือจีนด้วยกันมาก่อนเกือบจะทุกอำเภอเลยครับ
นอกเหนือจากการช่วยทางบ้านค้าขายแล้ว วัยรุ่นที่ชายแดนเชียงของก็คล้ายๆ กับเด็กวัยรุ่นทั่วไป คือชื่นชอบการคบเพื่อนฝูง เพียงแต่ที่นี่ไม่มีสิ่งยั่วยุมากเหมือนในเมืองทั่วไป เพราะชายแดนที่นี่กลางคืนไม่มีอะไรให้เที่ยว ภาพยนตร์ก็มีเพียงอาทิตย์ละสองวัน คือเสาร์-อาทิตย์ กลางคืนก็มีร้านโจ๊กร้านเดียว นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งบันเทิงใจ ดังนั้นจึงได้รวมตัวกันตั้งวงดนตรีจีนขึ้น โดยลูกชายคนโตของพี่สาวผม ชื่อ "เชาวลิต จันทร์สกาว" คนนี้เขาเป็นบุคคลคนแรกที่ช่วยรวมกลุ่มวัยรุ่นเชียงของให้รักกัน โดยการนำเอาดนตรีมาเป็นตัวเชื่อม เขาเก่งเรื่องเครื่องดนตรีเกือบจะทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นซอ ขิ่ม อิเล็กโทน ฯลฯ เก่งทุกอย่าง พอช่วงวันไหนไม่ได้จัดของส่งขาย ก็จะตามเพื่อนๆ มาที่ร้านชัยนาฬิกา เพราะด้านหลังบ้านมีที่ว่างเยอะ ก็จะได้โกชอง (เล้าเต็กฮวด) มาเล่นกลอง โกฟุง (ชัยนาฬิกา) มาเล่นเบส โกแก้วน้อย (ร้านซ่อมรถ) มาเล่นกีต้าร์ กำพล (พี่ชายผม) เล่นอิเล็กโทน เชาวลิต (หลานชายผม) เล่นซอหรือขิ่ม และเป็นผู้นำวง นักร้องไม่ต้องหาที่ไหนเลยครับ ที่นี่มีเพียบ ฝ่ายหญิงก็จะมีหยาดฝนหรือแหยน (หลานสาวผม) ฟอง ฟุน เฮียง เตี่ยง หยุก ฯลฯ ฝ่ายชายก็มี ง่อง (หลานชายผม) โกถิน โกเลี้ยง โกเกี้ยง ฯลฯ
ยังมีที่ข้ามมาจากห้วยทรายเพื่อมาร่วมสนุกกันอีกหลายคน ที่ผม จำชื่อได้สำหรับเพื่อนที่มาจากฝั่งห้วยทรายก็มี อลิส เมี่ยนฟาง เจ็ง ฯลฯ ฝ่ายหญิงเยอะกว่าฝ่ายชาย ทั้งหมดนี้ ผมจำชื่อจริงไม่ได้แล้วครับ เพราะนานมากแล้ว และเป็นรุ่นพี่ผมสองสามปีเกือบทุกคน และทุกคนจะเสียงดีร้องเพลงจีนเก่งมาก เพลงที่ใช้ร้องจะเป็นเพลงจีนทั้งหมด สนุกสนานกันมาก พวกผมเด็กๆ ที่อายุไม่ถึงก็ได้แต่เกาะข้างเวทีละครับ







