posttoday
เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ดึงงบลงทุนในไทยรุกตลาดสินค้าสุขภาพ

เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ดึงงบลงทุนในไทยรุกตลาดสินค้าสุขภาพ

06 ตุลาคม 2553

เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ดึงงบลงทุนไทย 3 ปี  2,000 ล้านบาท หวังผลักดันยอดขายสินค้าเพื่อสุขภาพขยาย 50% หนีตลาดอุปโภคบริโภคแข่งขันรุ่นแรง ปีนี้ยอดขายเข้าเป้า 18% โตกว่าตลาด 3 เท่า

เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ดึงงบลงทุนไทย 3 ปี  2,000 ล้านบาท หวังผลักดันยอดขายสินค้าเพื่อสุขภาพขยาย 50% หนีตลาดอุปโภคบริโภคแข่งขันรุ่นแรง ปีนี้ยอดขายเข้าเป้า 18% โตกว่าตลาด 3 เท่า

นายเจอโรน มุสเทิร์ต กรรมการผู้จัดการ บริษั เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ชิลด์ท้อกซ์ เดทตอล สเตร็ปซิล แวนิช และเครียลาซิล เปิดเผยว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า นับจากปีหน้าเป็นต้นไปบริษัทจะเดินหน้าลงทุนราว 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้าในกลุ่มสุขภาพ หรือ เฮลท์แคร์ โปรดักส์ ราว 2- 3 แบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ บริษัทเรกคิทท์ เบนคีเซอร์ แม่ผลิตและจัดจำหน่าย แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย และอีกเกือบ 1,000 ล้านบาท เป็นงบในการปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานทางด้านความปลอดภัยและความสะอาดภายในโรงงาน

ทั้งนี้ บริษัทพบว่าการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างรุนแรง และมีการแข่งขันทางด้านราคาสูง แต่สินค้าในกลุ่มสุขภาพมีการแข่งขันไม่รุนแรงและไม่ค่อยมีการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนของสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภค 70% และกลุ่มสุขภาพ 30%

คาดว่าหลังจากลงทุนสร้างโรงงานและนำแบรนด์ใหม่เข้ามาผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยในอีก 5 ปี ข้างหน้าสัดส่วนของสินค้าในกลุ่มสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเป็น 50%
สำหรับสินค้าในแบรนด์ แอร์วิค ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้าใหม่ แอร์วิค อควา มิสท์ โดยใช้งบ 60 ล้านบาทในการส่งเสริมตลาดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยผลักดันให้แบรนด์ดังกล่าวมีส่วนแบ่งในตลาด 12.5% จากตลาดรวมผลิตภัณฑ์ปรับอากาศมูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยในปีนี้มีอัตราการเติบโต 10% และบริษัทมีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับที่ 2 แทน แบรนด์แอมบิเพอร์ ในปีหน้า

ส่วนแบรนด์ ชิลด์ท้อกซ์ ได้เปิดตัวสินค้าสูตรใหม่ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและการใช้งานของแม่บ้านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยบริษัทได้ใช้งบเป็นเงิน 50 ล้านบาท ในการส่งเสริมตลาดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 19 – 20% ในปีหน้าจากปัจจุบัน 17% จากตลาดรวมตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในประเทศไทยที่มีมูลค่า 3,000 ล้านบาท ปีนี้ไม่มีอัตราการเติบโตเนื่องจากตลาดสินค้าประเภทขด และสินค้าประเภทไฟฟ้าไม่มีการเติบโต

นายเจอโรน กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวที่ 18% หรือคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดสินค้าโดยทั่วไปที่จะมีอัตราการเติบโตเพียง 5 – 6% เท่านั้น และยังเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของบริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ในประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าบริษัทก็มีแผนที่จะลงทุนในประเทศต่อเนื่อง และแผนการทำการตลาดกับแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายอยู่ทั้งสิ้น 7 แบรนด์ โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก แบรนด์ชิลด์ท้อกซ์ เดทตอล และสเตร็ปซิล แบรนด์ละ 25% ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่ทำรายได้หลักของบริษัท 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน