
สถาบันปรับพอร์ตกอดกำไร ตปท.ขายแล้ว8,464ล้านบาท
สถาบันใน-นอกได้จังหวะปรับพอร์ต บลจ.บัวหลวง ตัดขายหุ้น TSE-TU-SCN แคปปิตอล รีเสิร์ช แมเนจเมจเมนท์ ขาย UNIQ กอดกำไร
สถาบันใน-นอกได้จังหวะปรับพอร์ต บลจ.บัวหลวง ตัดขายหุ้น TSE-TU-SCN แคปปิตอล รีเสิร์ช แมเนจเมจเมนท์ ขาย UNIQ กอดกำไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ขายหุ้น 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และบริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN)
ทั้งนี้ ขายหุ้น TSE สัดส่วน 0.7% ส่งผลมีจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย คิดเป็น 4.47% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ขายหุ้น TU สัดส่วน 0.98% ส่งผลให้เหลือหุ้นในพอร์ต 9.32% และขายหุ้น SCN สัดส่วน 0.67% ส่งผลให้เหลือหุ้นในพอร์ต 9.76% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
ด้าน แคปปิตอล รีเสิร์ช แมเนจเมจเมนท์ ได้รายงานขายหุ้น บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ ) 0.984% หลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.177% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตราสารทุนและสินค้าโภคภัณฑ์ จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง สนับสนุนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน เป็นปัจจัยสนับสนุน ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน แนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมันจากความต้องการน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และการควบคุมกำลังการผลิตของประเทศกลุ่มโอเปกและนันโอเปก และทยอยสะสมทองคำจากความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในอิหร่าน
ทั้งนี้ ยังไม่แนะนำให้เพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว เพราะเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวดี ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐอาจนำไปสู่การเร่งตัวของเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยลบต่อตราสารหนี้ระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปิดต่ำกว่า 1,800 จุด ต่างชาติขายอีก 4,359.31 ล้านบาท นับจากต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิแล้ว 8,464.48 ล้านบาท n







