posttoday
วัฒนธรรมทางการเมืองจะเปลี่ยนไปหรือไม่

วัฒนธรรมทางการเมืองจะเปลี่ยนไปหรือไม่

08 มกราคม 2561

รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณอาจกล่าวได้ว่าที่ผ่านมานักวิชาการตะวันตกได้สรุปภาพรวมของวัฒนธรรมทางการเมืองไทยว่าจะมีลักษณะแบบไพร่ฟ้า กล่าวคือประชาชนจะมีทัศนคติ ความเชื่อ ความโน้มเอียงทางการเมืองที่ยังไม่สอดรับ รองรับ สนับสนุนให้กับบ้านเมืองตามวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หากแต่ประชาชนจะมีลักษณะในบางเรื่อง

รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

อาจกล่าวได้ว่าที่ผ่านมานักวิชาการตะวันตกได้สรุปภาพรวมของวัฒนธรรมทางการเมืองไทยว่าจะมีลักษณะแบบไพร่ฟ้า กล่าวคือประชาชนจะมีทัศนคติ ความเชื่อ ความโน้มเอียงทางการเมืองที่ยังไม่สอดรับ รองรับ สนับสนุนให้กับบ้านเมืองตามวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หากแต่ประชาชนจะมีลักษณะในบางเรื่อง

เช่น รู้จักวันเลือกตั้ง ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รู้ว่านายกรัฐมนตรีชื่ออะไร รู้ว่ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นต้น แต่หากประชาชนโดยรวมนั้นมิอาจเป็นไปตามครรลองหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่เน้นเรื่องของสิทธิคือการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองยังน้อย ยังไม่เข้าไปตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ยังไม่ได้สนใจในหลักการในเรื่องของสิทธิเสรีภาพการใช้หลักเสียงข้างมาก รวมถึงการแสดงความผูกพันเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เราจะพบเห็นได้ว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เมื่อหมดภาระหลังวันเลือกตั้งแล้วรู้ว่าพรรคการเมืองใดได้รับเลือกตั้งแล้ว ได้ สส.ท่านใดแล้ว ก็มักจะเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองอีกต่อไป

ดังนั้น วัฒนธรรมทางการเมืองจึงเป็นเรื่องที่มีสาระสำคัญที่ควรตั้งข้อสังเกตในการพินิจการเมืองครั้งนี้ว่าประชาชนคนไทยภายใต้ยุคเปลี่ยนผ่านภายใต้การปฏิรูปทางการเมืองจะมีวัฒนธรรมทางการเมืองรองรับ สนับสนุนเป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

1.วัฒนธรรมทางการเมืองในยุคนี้ที่ฝรั่งบอกว่าเป็นแบบไพร่ฟ้าน่าจะถูกท้าทายด้วยแนวความคิดสำคัญของงานท่าน ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่มองว่าตั้งแต่ปี 2475 หรือเมื่อครั้งการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น สาระหลักสำคัญของการใช้อำนาจยังไม่ได้เป็นของประชาชน หากแต่ยังอยู่บนพื้นฐานความสำคัญที่มีลักษณะพิเศษที่เรียกว่าราชาธิปไตย ซึ่งหลักดังกล่าวของท่านอาจารย์เอนกทำให้น่าจะมีการอธิบายทบทวนในความเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองแบบ ไพร่ฟ้าว่ายังดำรงอยู่จริงหรือไม่ และเมื่อมีโอกาสที่จะปฏิรูปไปมากน้อยเพียงใด

ในทางทฤษฎีพบว่าปกติแล้วในสังคมการเมืองระบอบราชาธิปไตยนั้น วัฒนธรรมทางการเมืองส่วนใหญ่ที่นักวิชาการตะวันตกจะให้ความหมายว่าเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองแบบคับแคบ อันได้แก่ การตัดสินใจทางการเมือง การใช้อำนาจทางการเมืองเป็นเรื่องของ ผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว ประชาชนขาดการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน ดังนั้น 85 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนนั้นดูเหมือนจะไม่รองรับ สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด

2.แต่หากสังคมการเมืองไทยภายหลังเปลี่ยนการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา วัฒนธรรมทางการเมืองที่ได้รับการยอมรับและถูกขนานนามมากที่สุดตามแนวคิดฝรั่งตะวันตกก็คือวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้าตามการอธิบายข้างต้น วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้ายังมีอิทธิพลอยู่อย่างมากและค่อนข้างปรับตัวไปในทิศทางอื่นได้ยาก มีปัญหาเชิงแนวความคิดที่เป็นอัตลักษณ์ของสังคมไทยทั้งๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองแบบคับแคบหรือไพร่ฟ้าถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของการสร้างรัฐชาติมาจนถึงทุกวันนี้ หากจะมีการเปรียบเทียบวัฒนธรรมไหนดีกว่ากันก็ต้องตอบว่ามึความเหมาะสมในสภาวการณ์ที่ แตกต่างกันมีทั้งจุดเด่น จุดด้อย

3.วัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมซึ่งถือว่าเป็นความโน้มเอียงอย่างเห็นได้ชัดของนักวิชาการตะวันตกที่ต้องการอยากจะให้ประชาชนที่อยู่ภายในรัฐนั้นรองรับ สนับสนุนประชาธิปไตยแบบเสรี มีความตื่นตัว มีโอกาสที่จะเข้าร่วมตัดสินใจทางการเมืองในทุกระดับและหมายถึงคุณภาพชีวิตทางการเมืองของประชาชนต้องอยู่ในระดับการมีส่วนร่วมที่สูง เข้าใจ หลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

กล่าวคือการที่รู้จักริเริ่มมองปัญหาและสามารถที่จะเข้าไปตัดสินใจที่ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ปราศจากการคิดคดทรยศต่อประเทศชาติ บ้านเมือง การมีส่วนร่วมดังกล่าวจะไม่กระทำอยู่ในวงจำกัด แต่จะอยู่ในบริบทของการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายในลักษณะของประชาคม หรือหลายฝ่ายวันนี้พยายามผลักดันที่ต้องการจะทำให้เกิดแนวความคิดประชารัฐ หรือการสร้างพลเมือง สร้างหลักความรับผิดชอบร่วมกันที่ต้องการให้เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน การเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ของผู้ปกครองหรือรัฐบาลเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง และเพื่อนำไปสู่หลักการสำคัญที่ว่าอำนาจสูงสุดหรืออำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของประชาชน ซึ่งสภาพรัฐชาติแบบนี้หาได้ยากนักในความเป็นจริงเพราะส่วนใหญ่อย่างที่เราทราบกันดีว่าความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น จะปรากฏอยู่เฉพาะผู้ที่สนใจทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและพรรคการเมืองเท่านั้น

4.การปฏิรูปทางการเมืองจึงถือได้ว่าเป็นหลักคือสำคัญมากที่จะกอบกู้วิกฤตการณ์ที่จะทำให้วัฒนธรรมทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นเพื่อไปสู่เป้าหมายให้เกิดความชัดเจน วัฒนธรรมทางการเมืองวันนี้ยังโน้มเอียงไปลักษณะแบบไพร่ฟ้า ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าของเราล้าหลังหรือของเราดีทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด แต่ต้องกล่าวว่าวัฒนธรรมทางการเมืองที่เหมาะสมกับสังคมไทยที่ทำให้ประเทศชาติอยู่รอด ที่ประคับประคองในหลักความเป็น อัตลักษณ์ของประเทศไทยที่ยังสลัดในบางเรื่องไม่ออก

จึงเป็นคำถามที่ยังยากจะมีคำตอบที่ชัดเจนว่าวัฒนธรรมทางการเมืองอย่างไร แบบไหนที่เหมาะสมกับสังคมไทยอย่างแท้จริง จึงทำให้การปฏิรูปการเมืองนั้นยังดำเนินต่อไป อันเป็นผลพวงจากการที่เราต้องแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองโดยเฉพาะวัฒนธรรมทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

ดังนั้น ณ ขณะนี้การที่มีการปลดล็อกพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ดำเนินกิจกรรมได้บางส่วนก็ถือได้ว่าเป็นการทำให้หลักการมีส่วนร่วมทางการเมืองเกิดขึ้น แต่หลักการมีส่วนร่วมทางการเมืองดังกล่าวก็ต้องอธิบายกันว่าจะต้องไม่นำไปสู่ความรุนแรงทางการเมือง จะต้องไม่นำไปสู่การสร้างความแตกแยกของบ้านเมือง ซึ่งตรงนี้เองจึงเป็นเรื่องที่เราน่าจะอธิบายกันให้ชัดเจนว่าวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้าอาจจะยังมีจุดด้อยที่ทำให้เกิดการควบคุมหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพของฝ่ายผู้ปกครอง และจะต้องประคับประคองในเรื่องความมั่นคงของรัฐเป็นสำคัญ ดังนั้นวัฒนธรรมทางการเมืองแบบตระหนักความมั่นคงของรัฐจึงน่าพินิจการเมืองต่อไป n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน