posttoday
ตปท.ชิงขายตุนกำไร

ตปท.ชิงขายตุนกำไร

06 ตุลาคม 2553

หุ้นออกอาการไม่สู้ดี ต่างชาติทิ้งกว่า 2,000 ล้าน หลัง 3 ธนาคารกลางเอเชียรวมพลังสยบการแข็งค่าของเงิน

หุ้นออกอาการไม่สู้ดี ต่างชาติทิ้งกว่า 2,000 ล้าน หลัง 3 ธนาคารกลางเอเชียรวมพลังสยบการแข็งค่าของเงิน

 

ตปท.ชิงขายตุนกำไร

ตลาดหุ้นไทยสุดยอด ดัชนีสวิงแรงระหว่างวันกว่า 16 จุด ช่วงบ่ายได้รายย่อยช่วยกันซื้อ กระชากดัชนีที่ดิ่งลงไป 11.23 จุด กลับมาปิดสูงสุดของวันระดับ 969.28 จุด บวก 5.06 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 36,050 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายมากถึง 2,241 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 10,831 ล้านบาท ส่วนสถาบันไทยขายต่อ 1,298 ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อ 949 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 2,590 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มขายหุ้นออกมาในช่วงนี้เพื่อทำกำไรและลดความเสี่ยง ส่วนหนึ่งเกิดจากค่าเงินในเอเชียเริ่มมีการอ่อนตัวลง ภายหลังธนาคารกลางของหลายประเทศได้ออกมาตรการมาดูแลการไหลเข้าออกของเงินทุนเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงิน

ล่าสุด ค่าเงินเยนฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดของวันที่ระดับ 83.99 เยนต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่กรอบ 0.0-0.1% จาก 0.1% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 พร้อมจัดตั้งกองทุนชั่วคราวมูลค่า 5 ล้านล้านเยน หรือ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศผ่อนคลายระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราเพิ่มเติมอีก 2 เรื่อง เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้มากขึ้น และธนาคารกลางอินโดนีเซียมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 6.5% หวังคุมเงินทุนไหลเข้า

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ในเดือนนี้น่าจะเห็นดัชนี 1,000 จุด ได้ตามแนวโน้มเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยรอบสอง ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องในระบบมีมาก และการที่เศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะเป็นตัวผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้ามา

นอกจากนี้ ในเดือน พ.ย.นี้ MSCI จะมีการทบทวนน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งคาดว่าหุ้นไทยจะได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักจาก MSCI อย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้กองทุนที่ลงทุนโดยอิงน้ำหนักจาก MSCI ก็ต้องเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยด้วย

“คาดว่าในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ถ้าค่าเงินบาทแข็งต่ำกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ธปท.จะไม่ขึ้นดอกเบี้ย” นายพิชัย กล่าว

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยฟื้นพลิกมาบวก 5 จุด ทำให้ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงหุ้นสามัญ (DW) 10 ตัวที่ติดแคชบาลานซ์ นักลงทุนต้องวางเงินสด 100% ก่อนซื้อ ก็กลับมาคึกคักและราคาดีดแรงในช่วงปลายตลาด

น.ส.นฤมล อาจอำนวยวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ จะนำ PTT13CC ส่วนเพิ่มครั้งที่ 1 จำนวน 20 ล้านหน่วย หรือ 23.40 ล้านบาท เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบให้ราคาลดลง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับการซื้อขาย PTT13CC

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้กรอบการลงทุนทองคำเคลื่อนไหวที่ 1,280-1,330 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 1.83-1.9 หมื่นบาทต่อบาททอง โดยแนะให้นักลงทุนที่เคยซื้อเก็งกำไรระยะสั้นทยอยขายออกมาเพื่อทำกำไรในช่วงที่ราคาเพิ่มขึ้นบริเวณ 1,320-1,330 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 18,850-19,000 บาทต่อบาททอง

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อก็แนะนำให้ชะลอการลงทุน เนื่องจากราคายังมีความผันผวน โดยให้รอรับที่บริเวณ 1,275-1,280 เหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค