posttoday
กระทิงบุกหุ้นไทย

กระทิงบุกหุ้นไทย

02 มกราคม 2561

ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดวันแรกของปี 2561 ร้อนแรง ดัชนีปิดตลาดที่ 1,778.53 จุด เพิ่มขึ้น 24.82 จุดมูลค่าซื้อขาย 85,850.49 ล้านบาท ตา่งชาติเข้าซื้อ 2,694.79 ล้านบาท สถาบันซื้อ 2,105.45 ล้านบาท พอร์ต บล.ขาย 228.53 ล้านบาท และรายย่อยขาย 4,571.71 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดวันแรกของปี 2561 ร้อนแรง ดัชนีปิดตลาดที่ 1,778.53 จุด เพิ่มขึ้น 24.82 จุดมูลค่าซื้อขาย 85,850.49 ล้านบาท ตา่งชาติเข้าซื้อ 2,694.79 ล้านบาท สถาบันซื้อ 2,105.45 ล้านบาท พอร์ต บล.ขาย 228.53 ล้านบาท และรายย่อยขาย 4,571.71 ล้านบาท

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต ระบุว่า หุ้นไทยร้อนแรงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียที่พุ่งขึ้นทั้งหมดจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา ทั้งจากความเชื่อมั่นในเรื่องของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว ซึ่งผลของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทำให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย และหากดูในแง่ของมูลค่าเชิงพื้นฐานก็จะพบว่าหุ้นไทยยังซื้อขายในระดับราคาที่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ซึ่ง ในระดับดัชนีที่ปิดวันนี้หุ้นไทยซื้อขายที่พี/อี 15.6 เท่าซึ่งต่างจากอดีตเมื่อวิกฤตต้มยำกุ้งขณะนี้หุ้นไทยซื้อขายที่พี/อี 30 เท่า

"ดัชนีหุ้นขึ้นร้อนแรงยังไม่มีปัจจัยเสี่ยงหรือความกังวลเพราะขึ้นด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งเศรษฐกิจที่เติบโต เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจะเอื้อให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลังจากนี้จะเห็นดัชนีหุ้นไทย All Time High และธนชาตมองว่าปีนี้ดัชนีจะอยู่ที่ 1,900 จุด" นายพิชัย กล่าว

บล.ทิสโก้ ระบุว่า ปัจจัยภายนอกก็ยังเอื้อให้ดัชนีสามารถขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ไม่ยาก หลักๆ จาก (1) ในกรณีฐาน ตามแผนการลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารสหภาพยุโรป (อีซีบี) และการทำคิวอีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) สภาพคล่องโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปจนถึงสิ้นปีนี้หรือในกรณีเลวร้ายโดยไม่คำนึงถึงการทำคิวอีของบีโอเจที่เริ่มมีความไม่แน่นอน สภาพคล่องโลกจะลดลงก็ต่อเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 ไปแล้ว ราคาสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงครึ่งปีแรกยังคงได้อานิสงส์จากสภาพคล่องที่ยังล้นระบบ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวดี คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ 3.8% ดีขึ้นจากปีก่อนที่คาดจะขยายตัว 3.7% นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามแผนปฏิรูปภาษี การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการเงิน อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกในปีนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐเท่านั้นที่คาดจะปรับขึ้นต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนี้ กำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ต่อเนื่องปีหน้าโตเฉลี่ยปีละ 10-11% รองรับดัชนีที่ยกตัวสูงขึ้นได้หากดัชนีจะขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ต้องสนับสนุนด้วย คาดว่าผลประกอบการ บจ.จะขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) 110 บาทปีนี้ และ123 บาทปีหน้าซึ่งนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2552 สิ้นปีดัชนี 1,830 จุด

บล.ดีบีเอส มองดัชนีปีนี้ที่ 1,815 จุด พี/อีที่ 16.7 เทา... ระวังความผันผวน เนนเลือกซื้อรายบริษัทที่ และประมาณการ EPS ของหุนไทยเทากับ 10% สวนการวิเคราะหความออนไหว พบวาการเปลี่ยนแปลงของ EPS growth ตลาดทุกๆ 1% จะทําใหดัชนีเปาหมายเปลี่ยนแปลงไป 16.5 จุดดังนั้น การเริ่มตนลงทุนใหมบนระดับ ดัชนี 1,750+ จุด เปนสิ่งที่ทาทาย เพราะที่ระดับดัชนีนี้มูลค่าไม่ได้ต่ำมาก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน