
เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ ผู้เฝ้ามองที่(ความคาดหวัง)ไม่แปรเปลี่ยน
เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์เทศกาลซีไรต์แม้จะผ่านพ้น หากไม่ผิดกติกาและยังสนุกมากๆ ที่ได้พูดคุยสนทนากับนักเขียน เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ ผู้เขียน "เรากำลังกลายพันธุ์" แห่งสำนักพิมพ์นาคร หนึ่งในหนังสือเข้ารอบซีไรต์ปีนี้ มาคุยกับเขา อดีตกวีซีไรต์ปี 2559 นอกจากเรากำลังกลายพันธุ์แล้ว กำลังทำอะไรอยู่!
เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เทศกาลซีไรต์แม้จะผ่านพ้น หากไม่ผิดกติกาและยังสนุกมากๆ ที่ได้พูดคุยสนทนากับนักเขียน เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ ผู้เขียน "เรากำลังกลายพันธุ์" แห่งสำนักพิมพ์นาคร หนึ่งในหนังสือเข้ารอบซีไรต์ปีนี้ มาคุยกับเขา อดีตกวีซีไรต์ปี 2559 นอกจากเรากำลังกลายพันธุ์แล้ว กำลังทำอะไรอยู่!
นักเขียนหนุ่มเล่าว่า เรากำลังกลายพันธุ์เขียนเสร็จก่อนนครคนนอก บทกวีที่ได้รับรางวัล ซีไรต์ของเขา เนื้อเรื่องมีฉากที่ชนบท ที่ในเมืองและที่ในจินตนาการ เป็นเรื่องราวของคนทั่วไป สะท้อนแง่มุมที่เราทุกคนในสังคมอาจรู้อยู่แล้ว แต่มิตระหนักหรือสนใจ จึงถือเป็นหน้าที่ที่จะหยิบมา บอกกล่าว
"เวลาในการเขียนเล่มนี้ 9 ปี หยิบมาบอกกล่าว 8 เรื่อง ของ 8 คนในสังคมเรา ผมนำเสนอการกลายเป็นอื่นของความคิดและวิถีชีวิตที่กำลังแปรไป"
"กำลัง" ไม่ใช่ "กลายไปแล้ว" คือนัยของหนังสือเล่มนี้ ทว่าก่อนที่จะสายเกินไปหรือไม่...ก็แล้วแต่ นี่คือมุมมองของผู้ประพันธ์ นัยหนึ่งคือผู้มองเห็น "สิ่ง" ที่กำลังเกิดแก่เราในสังคม
เกริกศิษฏ์เล่าถึงเรื่องแรก "เงือก" ซึ่งเป็นเรื่องราวของ "ตาโหมด" ฉากของเรื่องอยู่ในธารน้ำใหญ่ ตัวละครเล่าเรื่องการใช้ชีวิตในท้องน้ำที่เกิดและเติบกายมาแต่เด็ก ชีวิตของเด็กคนนี้ผูกพันอยู่กับบุคคลผู้หนึ่งที่มีลักษณะพิเศษด้านร่างกายที่ผิดมนุษย์
ความพิเศษนี้คือความสามารถในการดำน้ำ ที่ดำได้อึดและดำได้ทน ตาโหมดจับปลาได้ด้วยมือเปล่า ไม่เคยใช้เบ็ดหรือเครื่องมือตก หากยุคสมัยที่เปลี่ยน ก็ทำให้ธารน้ำเปลี่ยน มีการเลี้ยงปลาในกระชัง มีขยะในท้องน้ำ มีอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยมี รวมทั้งตัวละครเด็กคนนี้ก็ห่างหายไปจากตาโหมด
"เด็กห่างไปเพราะไปเรียนหนังสือ ขณะที่ลำน้ำเคยอยู่ก็กลายเป็นลำน้ำเศรษฐกิจ หาเงินหาทองกันในลำน้ำ ตาโหมดยังอยู่ แต่ความสามารถของแกคือเครื่องหมายคำถาม"
น้ำเปลี่ยนไปแล้ว แม่น้ำก็เปลี่ยนไปแล้ว สกปรก มีแต่อาหารปลา (เลี้ยง) ทุกอย่างตกตะกอนเป็นเศษซากความเน่าเสียอยู่ที่ก้นลำธาร เรื่องทั้งหมดทำให้ตาโหมดรู้สึกอยู่ข้างใน ก็เลยไปจัดการกับปลาในกระชัง ไปจัดการกับคนเลี้ยงปลาในกระชัง ไปจัดการตามวิธีของแก
เกริกศิษฏ์เล่าว่า หนังสือไม่ได้บอกว่าเรื่องทั้งหมดจบลงอย่างไร หรือได้ "กลาย" ไปอย่างไร ชวนให้ผู้อ่านคิดเอาเองถึงจุดจบของเรื่อง เช่น ความสามารถของตาโหมดในการดำน้ำอึดหรือว่ายน้ำได้ปราดเปรียวราวกับปลานั้นยังมีอยู่หรือไม่ หรือจะ สูญสลายหายไป คนเลี้ยงปลากระชังล่ะ และเราทุกคนล่ะ
ปัจจุบันของเกริกศิษฏ์ คือ ระยะทางของการเดินทาง เขาสนุกกับการเก็บข้อมูลเพื่องานเขียนชิ้นใหม่ รางวัลซีไรต์กับปีที่ผ่านมาถือว่าเยี่ยมยอด อย่างน้อยคือการได้พูดคุยกับ "น้อง ๆ" นักศึกษา ครูบาอาจารย์และแวดวงนักคิดนักเขียน ที่สำคัญคือการได้ค้นพบว่า ตัวเองยังพอมีประโยชน์ต่อใครได้บ้าง รวมทั้งได้ค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองคือ เงียบก็เขียนได้ ไม่เงียบก็เขียนได้
"เมื่อก่อนต้องเงียบเท่านั้นจึงจะเขียนได้ เดี๋ยวนี้ไม่เงียบก็ได้ ทุกวันพยายามเขียนหนังสือเงียบๆ และอยู่เงียบๆ เวลาในชีวิตคือความสุขกับการตะลุยหาข้อมูล เก็บเกี่ยวประสบการณ์รอบตัว"
งานล่าสุดคืองานเขียนเชิงนิยาย ซึ่ง อยู่ระหว่างขั้นตอนการเก็บและรวบรวม ข้อมูลเรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งเป็นงานสารคดี ที่เขียนร่วมกับ ดร.ชุมพล ครุฑแก้ว นักวิ่งระยะไกลผู้ให้แรงบันดาลใจแก่สังคม เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการก้าวข้ามข้อจำกัดของมนุษย์







