posttoday
กลยุทธ์การจับลูกค้า

กลยุทธ์การจับลูกค้า

28 ธันวาคม 2560

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์กลยุทธ์การจับลูกค้าของเด็กๆ อย่างพวกผม บางครั้งอาจเป็นเรื่องคิดแบบเด็กๆ อาจจะดูตลกๆ แต่ก็ได้ผลดีมากๆ เดี๋ยวผมจะสาธยายให้ท่านอ่านสนุกๆ ครับ ในยุคนั้นแม้ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันมากมาย แต่ก็ต้องใช้วิธีการในการค้าขายโดยสามารถนำมาเล่าสู่ลูกหลานได้เป็นอย่างดีครับ

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

กลยุทธ์การจับลูกค้าของเด็กๆ อย่างพวกผม บางครั้งอาจเป็นเรื่องคิดแบบเด็กๆ อาจจะดูตลกๆ แต่ก็ได้ผลดีมากๆ เดี๋ยวผมจะสาธยายให้ท่านอ่านสนุกๆ ครับ ในยุคนั้นแม้ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันมากมาย แต่ก็ต้องใช้วิธีการในการค้าขายโดยสามารถนำมาเล่าสู่ลูกหลานได้เป็นอย่างดีครับ

ในยุคนั้นถนนสายกลาง เป็นถนนสายเดียวที่ตัดผ่านตลาดเชียงของ และร้านค้าก็มีจากสี่แยกไปรษณีย์เรื่อยมาจนกระทั้งถึงประมาณโรงแรมฝั่งโขงก็หมดแล้วครับ ความยาวของตลาดประมาณ 800 เมตรเท่านั้น ด้านซ้ายมือเป็นที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ส่วนด้านขวามือจะเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์เสียบางส่วน ที่ดินของร้านแม่ยายผม ร้านเล้าเอี่ยมเส็ง ก็เป็นที่ดินกรมธนารักษ์เช่นกันครับ แต่ว่าเราก็อยู่กันร่วม 70 ปีมาแล้วครับ ก็อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดมาครับ ส่วนที่ดินจากร้านกาแฟโกพงษ์ เจ้าของโรงภาพยนตร์โรงเดียวในเชียงของ ก็เป็นที่ดินของเอกชนแล้วครับ ที่ดินด้านหลังของร้านค้าในตลาดไปประมาณ 20-30 เมตร ก็จะเป็นที่ดินเอกชนแล้ว จนกระทั่งเลยไปถึงชายฝั่งแม่น้ำโขงครับ แต่ในอดีตนั้นที่ดินแถบนี้แทบไม่มีราคาค่างวดเลย เพราะเป็นที่ดินที่ชาวบ้านที่เป็นชาวเรือข้ามฟากอยู่อาศัยกัน สมัยเด็กๆ ผมเองก็ชอบไปเล่นแถบนั้น เพราะต้นพุทรา ต้นฝรั่ง ต้นตะขบ เยอะมาก เก็บกินกันฟรีหมด

ในยุคนั้นเรือทุกลำที่มาจากฝั่งห้วยทรายและเรือใหญ่ที่มาจากเมืองหลวงพระบาง จะต้องมาจอดเทียบท่ากันที่ท่าวัดหลวงครับ แล้วเดินขึ้นท่ากันที่นี่ ในขณะที่ปัจจุบันนี้เรือมักไปจอดที่ท่าเรือบั๊ก ที่บ้านหัวเวียงหมดแล้วครับ เมื่อเรือจอดที่ท่าวัดหลวง ลูกค้าที่เป็นคนลาวก็มาขึ้นท่าที่นี่กัน แล้วเดินมาทางถนนที่เลียบวัดหลวง จุดนี้เองที่ทำให้พี่สาวและพี่เขยเห็นโอกาสว่าเราจะทำอย่างไรให้ขายสินค้าได้เยอะ เลยไปซื้อที่ดินที่ปากทางขึ้นท่าเรือ ซึ่งเป็นการดักทางขึ้นของลูกค้าเลยครับ โดยการซื้อที่ดินมาจากพี่เนตร คนนี้เป็นคนเรือที่ทางครอบครัวพี่สาวผมไว้ใจมากคนหนึ่ง ตอนต่อๆ ไปจะเล่าเรื่องของพี่เนตรให้ฟังครับ ที่ดินติดทางสามแยก ด้านข้างๆ ก็เป็นด่านศุลกากร ส่วนด้านหน้าเป็นวัดหลวง เรียกว่าลูกค้าขึ้นเรือปุ๊บเราเห็นปั๊บเลยครับ หนีไม่รอดสายตาแน่นอน แล้วพี่สาวผมก็ให้ลูกชายคนโตคือเชาวลิต มาดูแลร้านนี้ โดยให้พวกเด็กๆ 3-4 คนไปช่วยกันขายของที่นี่ พอเปิดก็ขายดีระเบิดเลยครับ ถ้าเป็นลูกค้ารายย่อยซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ก็เดินมาดูที่ร้านโดยมากจะไม่ถึงมือเราแน่นอน นอกจากว่าเขามีร้านค้าประจำถึงไม่ซื้อของเราครับ

ลูกค้าที่มานั้นค่อนข้างจะหลากหลาย มีทั้งมีเงิน ไม่มีเงิน เอาของมาแลกก็มีครับ ที่นำมาแลกนั้นมีหลากหลายมาก ถ้าเป็นพ่อค้าที่เป็นพ่อเลี้ยงไทยใหญ่ ก็จะเป็นเงินหมัน (จะมีตอนต่อๆ ไปนะครับ) ส่วนลูกค้าที่เป็น ชาวเขา ก็จะเป็นหนังฟานหรือหนังอีเก้งสีน้ำตาลเข้มๆ หรือไม่ก็เป็นอย่างอื่นๆ ที่แปลกมากๆ ก็เคยมีการนำเอาเขากวางสดๆ มาแลกของ ซึ่งพี่เขยผมก็รับ พอนำมาพี่เขยผมก็ให้พวกเราเด็กๆ เอาถัง 200 ลิตรมาเปิดปากออก แล้วเปิดฝาด้านข้างเล็กๆ ใส่เตาถ่านไฟอ่อนๆ แล้วเอาเขากวางสดมาห่อกระดาษสา แล้วนำมาอังไฟหรืออบไฟถ่าน ให้พวกเราเด็กๆ ช่วยกันดู ทำตลอดคืน จนกระทั้งแห้ง ก็สามารถนำเอาไปขายที่กรุงเทพฯ ได้ราคาดีมาก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลูกค้ามา 5-6 คน ชูชัยหลานชายคนที่ 2 ของผมนึกว่าเขารวย รีบพาไปร้านใหญ่เพื่อให้พี่สาวผมขายของให้ ปรากฏว่าขายกันตั้งนานถึงรู้ว่าไม่มีเงินจ่ายเรา เสียเวลาไปเยอะมาก ชูชัยก็กลับมาที่ร้านใหม่ บอกพวกเราว่าต่อไปนี้พวกเราต้องช่วยกันดูให้ดีนะว่าลูกค้ามีเงินหรือเปล่า พวกเด็กๆ ก็งงว่าดูอย่างไรถึงจะรู้ล่ะ ชูชัยบอกว่าง่ายมาก เราคนหนึ่งคุยกับลูกค้า คอยหลอกล่อลูกค้าให้ดี แล้วให้เด็กๆ ค่อยๆ จับดูกระเป๋าลูกค้าว่าหนักไหม? ถ้าหนักก็แสดงว่าเงินเยอะ หรือให้เด็กๆ แกล้งชนกระเป๋าเขาดูว่ามีเงินไหม เราก็ถามว่าชนแล้วจะรู้ได้ไงว่ามีหรือไม่มี ชูชัยก็บอกว่าถ้ากระเป๋าแฟบๆ ก็แสดงว่าไม่มี ถ้ากระเป๋าพองๆ ก็แสดงว่ามีเงินไงละ...ฉลาดล้ำลึกจริงๆ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI