
10 ข่าว
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ทั่วโลกต่างกำลังนับถอยหลังส่งท้ายปี 2017 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 1 วันเท่านั้น โดยปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และทางสังคม ซึ่งสั่นสะเทือนไปทุกมุมโลก ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ปีใหม่ ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์จึงขอเอ่ยย้อนถึงเรื่องราวโดดเด่นประจำปีทั้ง 10 เรื่อง ดังนี้
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ทั่วโลกต่างกำลังนับถอยหลังส่งท้ายปี 2017 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 1 วันเท่านั้น โดยปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และทางสังคม ซึ่งสั่นสะเทือนไปทุกมุมโลก ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ปีใหม่ ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์จึงขอเอ่ยย้อนถึงเรื่องราวโดดเด่นประจำปีทั้ง 10 เรื่อง ดังนี้
l ดอกเบี้ยมุ่งสู่ขาขึ้น
สำหรับในปี 2017 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง ไปอยู่ที่ 1.25-1.50% และยังคาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปีหน้า โดยความเคลื่อนไหวในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดส่งผลให้บรรดาธนาคารกลางอื่นๆขยับตัวตาม อาทิ ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ธนาคารกลางฮ่องกง โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้เองก็เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 อีกด้วย
l เมียนมาบีบโรฮีนจา
อองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติ หลังกองทัพ เมียนมาปะทะและปราบปรามกลุ่ม โรฮีนจาในรัฐยะไข่อย่างหนัก จนชาวโรฮีนจากว่า 5 แสนรายต้องหนีภัยความรุนแรงไปยังบังกลาเทศ ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็น "การกวาดล้างชาติพันธุ์" โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังบั่นทอนความสัมพันธ์กับบังกลาเทศด้วยเช่นกัน
l โลกเร่งใช้รถอีวี
ยุคแห่งการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลกำลังเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อทั่วโลกต่างเร่งพัฒนารถพลังงานไฟฟ้า (อีวี) ในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นบรรดาค่ายรถทั้งจากทางตะวันตก เช่น บีเอ็มดับเบิ้ลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ ฟอร์ด เช่นเดียวกับค่ายรถเอเชียอย่างโตโยต้าและมาสด้า ขณะที่เทสล่า ผู้ผลิตรถอีวีชื่อดังจากสหรัฐกำลัง สนใจผลิตรถอีวีออกมาจับตลาดแมสโดยเฉพาะ
l โสมแดงกร่างนิวเคลียร์
คงไม่มีปีไหนที่เกาหลีเหนือจะสำแดงแสนยานุภาพทางยุทโธปกรณ์ทหารได้เท่าปีนี้อีกแล้ว โดยเกาหลีเหนือ ทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ถึง 3 ครั้งแบบไม่เกรงใจชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐและ ทั่วโลก พร้อมระบุว่ารัฐบาลเปียงยาง ประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดไฮโดรเจน (เอชบอมบ์) ที่รุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูครั้งฮิโรชิมา จนทำให้ประชาคมโลกต้องเร่งใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้
l "สีจิ้นผิง" ขึ้นแท่นรัฐบุรุษ
ในปีนี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนกลายเป็นผู้นำจีนอีกรายที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จากการได้รับยกย่องให้มีฐานะเทียบเท่ากับ รัฐบุรุษของประเทศเช่นอดีตผู้นำ เหมาเจ๋อตง และ เติ้งเสี่ยวผิง หลังที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ประจำปีมีมติบรรจุ "ทฤษฎีและแนวคิดของสีจิ้นผิง" ลงในรัฐธรรมนูญของประเทศ เพื่อวางรากฐานอิทธิพลของสีจิ้นผิง
l แฮ็กเกอร์เขย่าโลก
กลายเป็นเหตุผวาไปทั่วโลกเมื่อกลุ่มแฮ็กเกอร์ "ชาโดว์โบรกเกอร์ส" ส่งแรนซัมแวร์ "วอนนาคราย" โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนมากถึง 3 แสนเครื่องจนเกิดความวุ่นวายขึ้นใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยแฮ็กเกอร์กลุ่มเดิมยังส่ง แรนซัมแวร์ตัวใหม่ "เพตยา" ออกมาเรียกค่าไถ่อีกครั้งภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน ขณะที่บริษัทเอกชนอย่างอิควิแฟ็กซ์และ เอชบีโอก็ถูกแฮ็กครั้งใหญ่สุดของบริษัท
l บิตคอยน์พุ่งแรง
บิตคอยน์ ซึ่งถือเป็นพี่ใหญ่ของสกุลเงินดิจิทัลได้รับการจับตาใกล้ชิดยิ่งขึ้นจากทั่วโลก หลังราคาปรับตัวขึ้นมากว่า 1,300% ในปีนี้ โดยดีมานด์ บิตคอยน์ที่ทะยานขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มสนใจเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นบริษัทซื้อขายตราสารอนุพันธ์ซีเอ็มอีและซีบีโออีเองก็ชิง เปิดให้บริการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า บิตคอยน์ (ฟิวเจอร์ส) ท่ามกลางเสียงเตือนจากแบงก์ชาติทั่วโลกเกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนเงินดิจิทัลที่ผันผวนสูง
l ภัยพิบัติกระหน่ำโลก
สหรัฐเผชิญภัยพิบัติถล่มตลอดทั้งปี เริ่มต้นด้วยเฮอริเคนฮาร์วี่ย์ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด ตามด้วยเฮอริเคนเออร์มา และมาเรีย ที่กระหน่ำเข้ามาไม่หยุด อีกทั้งยังต้องเผชิญเหตุไฟป่าโทมัส ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐแคลิฟอร์เนีย ทางด้านเอเชียเองก็เผชิญปัญหาภัยพิบัติเช่นกัน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และเวียดนาม ที่เผชิญกับไต้ฝุ่นเทมบินและไต้ฝุ่นดอมเรย
l โลกผวาก่อการร้าย
ทั่วโลกเผชิญภัยก่อการร้ายหลายระลอก โดยเฉพาะอังกฤษที่เหตุก่อการร้ายใหญ่ 3 ครั้งสร้างความหวาดผวาอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุคนขับรถพุ่งชนคนที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ ระเบิดฆ่าตัวตายในคอนเสิร์ตของศิลปินสาว อาเรียนา แกรนเด ที่เมืองแมนเชสเตอร์ และเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนคนบนสะพานลอนดอน ขณะที่ในสหรัฐเกิดเหตุกราดยิงในลาสเวกัส จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 59 ราย และบาดเจ็บอีก 546 ราย ตามด้วยเหตุนักรบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ขับรถกระบะพุ่งชนผู้คนใจกลางเมืองนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย.
l สหรัฐรับรองเยรูซาเลม
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นผู้นำคนแรกของสหรัฐ ที่ประกาศรับรองให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล นับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศอิสราเอลปี 1948 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พร้อมเตรียมย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุง เทลอาวีฟไปเยรูซาเลม ส่งผลให้เกิด การประท้วงขึ้นทั้งจากประชาชนและผู้นำทั่วโลก ที่เกรงว่าจะก่อให้เกิดความรุนแรงระลอกใหม่ขึ้นในภูมิภาค







