
‘หงส์-ผี’ ขอซิวชัยส่งท้ายปี
& ราชันเบอร์ 23ยังฟาดแข้งกันต่อเนื่องสำหรับพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้ายปี คู่เอก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์ที่ 30 ธ.ค.
& ราชันเบอร์ 23
ยังฟาดแข้งกันต่อเนื่องสำหรับพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้ายปี คู่เอก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์ที่ 30 ธ.ค.
ลิเวอร์พูล - เลสเตอร์ ซิตี้ สนาม : แอนฟิลด์
เวลา : 22.00 น.
"หงส์แดง" เพิ่งยำใหญ่ใส่สวอนซี เมื่อบ็อกซิ่งเดย์ เรียกความมั่นใจได้มากโข ล่าสุดเพิ่งคว้าตัว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก กองหลังจากเซาแธมป์ตันมาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท) แต่จะลงเล่นให้ต้นสังกัดใหม่ได้หลังวันที่ 1 ม.ค. โดย เจอร์เกน คลอปป์ ยอมรับว่าต้องโรเตชั่นนักเตะเพราะโปรแกรมเตะถี่ยิบ
"ผมต้องคิดหนักในการจัดนักเตะลงสนาม เพราะมีโปรแกรมถี่ยิบตั้งแต่บ็อกซิ่งเดย์ยันปีใหม่ หลังจบเกมนี้เราก็พักแค่วันเดียว และเตะกับเบิร์นลีย์ แต่เราก็ต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ เพราะทุกทีมก็ต้องเจอเหมือนกัน" อดีตกุนซือดอร์ตมุนด์ กล่าว
นอกจากนี้ กุนซือวัย 50 ปี กำชับลูกทีมห้ามประมาทเลสเตอร์ เพราะตั้งแต่ได้ โคลด ปูแอล มาทำทีม พวกเขามีการพัฒนาที่ดีมาก
"ผมรู้ดีว่าเจอพวกเขาไม่มีครั้งไหนที่ง่าย ห้ามประมาทพวกเขา ปูแอล เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น เราต้องเจองานที่ยากแน่นอน"
สภาพทีม ล่าสุด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บาดเจ็บ ไปรวมกับ อัลแบร์โต โมเรโน และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งยังบาดเจ็บอยู่เหมือนเดิม ส่วนขุมกำลังรายอื่นพร้อมหมด อาจจะปรับเปลี่ยนบางตำแหน่ง เช่น อดัม ลัลลานา, เจมส์ มิลเนอร์, เดยัน ลอฟเรน, โจ โกเมซ รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน อาจจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ ขณะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยังเป็นตัวหลัก
ด้าน เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดย ปูแอล กำชับลูกทีมเล่นให้รอบคอบ หวังมีแต้มกลับไป
"เราต้องเรียกความมั่นใจให้ได้ แต่ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นเกมรุกดี เราต้องหาทางหยุดพวกเขาเพื่อหวังมีคะแนนกลับออกไป" อดีตกุนซือโอลิมปิก ลียง กล่าว
สภาพทีม ขาดเพียง แดนนี ซิมป์สัน แบ็กขวาที่บาดเจ็บ ส่วนตำแหน่งอื่นเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี แม็คไกวร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ริยาด มาห์เรซ และ เจมี วาร์ดี
สถิติที่พบกัน 2 นัดที่ผ่านมา เลสเตอร์ เปิดบ้านชนะ 2-0 ในศึกคาราบาวคัพ จากนั้นลิเวอร์พูลแก้มือด้วยการบุกไปเฉือนชนะ 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือน ก.ย.
ความน่าจะเป็น : "หงส์แดง" ชั่วโมงนี้เกมรุกคมกริบ แต่กองหลังก็พร้อมเสียประตูทุกเมื่อ เชื่อว่าสุดท้ายทีมเยือนโดนบี้หนักอาจมียุบและแพ้ไปอย่างสูสี
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เซาแธมป์ตัน สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด
เวลา : 00.30 น.
"ผีแดง" ล่าสุดไล่ตามตีเสมอ เบิร์นลีย์ 2-2 ทำให้โดนแมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่าง 15 แต้ม เกมรุกดูจะตื้อๆ โดย โจเซ มูรินโญ ออกมาสัมภาษณ์ทันทีหลังเกมบ็อกซิ่งเดย์ว่าทีมต้องเสริมทัพมากกว่านี้ หากจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินซื้อนักเตะ 286 ล้านปอนด์ (ราว 12,870 ล้านบาท) นับตั้งแต่ มูรินโญ เข้ามาคุมทัพในปี 2016
"มันยังไม่มากพอ ราคาสำหรับสโมสรใหญ่ย่อมแตกต่างจากสโมสรอื่น เราอยู่ในปีที่ 2 ของความพยายามในการสร้างทีมขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในโลก แมนฯ ซิตี้ ซื้อฟูลแบ็กในราคาของกองหน้า เมื่อคุณพูดถึงสโมสรใหญ่คุณกำลังพูดถึงประวัติศาสตร์ของสโมสร สโมสรที่มีประวัติศาสตร์มักจะถูกลงโทษในตลาดนักเตะเพราะประวัติศาสตร์ของพวกเขา"
นอกจากนี้ กุนซือชาวโปรตุกีสยังมั่นใจลูกทีมจะเก็บ 3 แต้มจากเซาแธมป์ตันได้
"ผมว่าเราจะไม่สะดุดอีกนัด ผมบอกพวกเขา หากคุณต้องการไล่แมนฯ ซิตี้ คุณต้องคิดถึงชัยชนะทุกเกม"
สภาพทีม ไม่มี คริส สมอลลิง เช่นเดียวกับพวก อันโตนิโอ วาเลนเซีย, มารูยาน เฟลไลนี, เอริก ไบญี และ ไมเคิล คาร์ริก ซึ่งเจ็บอยู่เดิม คาดว่า มูรินโญ เตรียมหมุนเวียนนักเตะพอสมควร โดยเริ่มจากถอด อองโตนี มาร์กซิยาล นั่งสำรอง และส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงปั้นเกมแทน พร้อมด้วย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่มาสวมเบอร์ 10 เล่นเป็นหน้าต่ำ คอยป้อนบอลให้ โรเมลู ลูกากู
ด้านเซาแธมป์ตันบุกแพ้สเปอร์ส 2-5 โดย เมาริซิโอ เปเยกริโน ยังต้องกุมขมับกับเกมเยือนของลูกทีม เพราะเพิ่งชนะแค่ครั้งเดียว
คาดว่า "นักบุญ" จะใช้ผู้เล่นชุดเดียวกับนัดที่ผ่านมา โดยมี เชน ลอง เป็นหน้าเป้า ส่วน มาโนโล แกบเบียดินี กองหน้าทีมชาติอิตาลี น่าจะแค่สำรอง
ความน่าจะเป็น : ผีแดงคงไม่พลาดซ้ำสอง เพราะ "นักบุญ" เล่นนอกบ้านไม่ดี แถมเกมรับก็เสียประตูเยอะ เจ้าถิ่นน่าจะได้เฮ







