posttoday
คสช.ต้องไม่สร้างขัดแย้ง

คสช.ต้องไม่สร้างขัดแย้ง

27 ธันวาคม 2560

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ย. 2561 นั้น หากดูจากผลของการกระทำและการแสดงออกของผู้นำรัฐบาลและแกนนำ คสช.ในหลายๆ กรณีในช่วงที่ผ่านมา กลับตรงกันข้ามเสมือนเป็นความพยายามที่จะทำให้เลื่อนการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจเสียมากกว่า

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ย. 2561 นั้น หากดูจากผลของการกระทำและการแสดงออกของผู้นำรัฐบาลและแกนนำ คสช.ในหลายๆ กรณีในช่วงที่ผ่านมา กลับตรงกันข้ามเสมือนเป็นความพยายามที่จะทำให้เลื่อนการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจเสียมากกว่า

อย่างประเด็นล่าสุด คือ คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อันสืบเนื่องมาจากกลุ่มผู้ที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ร้องว่าไม่สามารถปฏิบัติตามกรอบระยะเวลาตามที่ พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดไว้ได้ทัน

ทั้งนี้ เพราะกฎหมายดังกล่าวได้เกิดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากมาตรา 140 และ 141(5) รับรองให้สมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิม ให้มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคต่อไป โดยไม่ต้องชำระค่าบำรุงพรรค 4 ปี ขณะที่พรรคที่ตั้งใหม่ต้องชำระทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1,000 บาท

กอปรกับก่อนหน้านั้น พรรคการเมืองเดิมได้เรียกร้องให้ คสช.รีบปลดล็อกทางการเมือง เพื่อจะปฏิบัติให้ทันตามกรอบ พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ได้ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2560 แต่ คสช.ไม่ยอมปลดล็อก โดยอ้างว่ายังมีสถานการณ์การเคลื่อนไหวอยู่

เมื่อใกล้ครบระยะเวลาที่พรรคการเมืองต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. จึงใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ พ.ร.บ.พรรคการการเมือง โดยสาระสำคัญคือให้สมาชิกพรรคการเมือง ถ้าประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคต่อไป ต้องยื่นหนังสือยืนยันไปยังหัวหน้าพรรค และแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม พร้อมชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561

ทั้งนี้ ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วไม่มีการดำเนินการให้ถือว่าพ้นสมาชิก ส่วนพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่สามารถดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2560 ส่วนการจัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหาร รวมถึงจัดทำข้อบังคับ ต้องขออนุญาตจาก คสช.ก่อน

ผลที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช.ครั้งนี้ ทำให้สมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมไม่มีสถานะ ซึ่งถือว่าเป็นการรีเซตสมาชิกพรรคเดิมทั้งหมด ส่วนพรรคการเมืองใหม่ ก็ดำเนินการได้ทันที และเรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองที่ต้องการสนับสนุนให้ คสช.และหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งพรรคใหม่ เพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจต่อไป

เท่านั้นยังไม่พอ คสช.ยังถูกกล่าวหาเขียนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ล่าสุด สนช.เพิ่งโหวตผ่านให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งเป็นการต่ออายุให้ ป.ป.ช.เดิมทั้ง 9 คน อยู่ในอำนาจต่อไป ท่ามกลางกระแสเพื่อเอาไว้เป็นเกราะป้องกันการฟ้องร้องเรื่องทุจริตและการใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบของ คสช.ในอนาคตอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ หาก คสช.จริงใจต้องการไม่สืบทอดอำนาจ และประสงค์อยากจะให้มีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 จริง ทางที่ดี คสช.ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้สังคมขัดแย้งและเคลือบแคลงสงสัย และต้องลดการใช้อำนาจที่เบ็ดเสร็จลง พร้อมเปิดทางอำนวยความสะดวกให้มีการดำเนินการเพื่อไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ โปร่งใส โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะทำให้สังคมสิ้นความเคลือบแคลงสงสัยไปได้ n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน