
เจอเนสส์ลุ้นแรงเหวี่ยงศก.ปี’61หนุนเติบโต
พลพัต สาเลยยกานนท์นับเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีของบริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) ที่มีอัตราเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนของปี 2560
พลพัต สาเลยยกานนท์
นับเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีของบริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) ที่มีอัตราเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนของปี 2560
ลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า รายได้ปี 2560 คาดว่าจะปิดตัวเลขรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นจากปีก่อน 10%
ปัจจุบันรายได้ของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอาหารเสริม และกลุ่มสกินแคร์ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สร้างสีสันให้กับการทำธุรกิจไปเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ในช่วงปลายปี 2560 ยังได้จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ร่วมก่อตั้งในการอัดฉีดยอดขาย ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจพิเศษด้วยการให้หุ้น 2% ของค่าเฉลี่ยทั่วโลก
ทั้งนี้ ไม่เพียงเฉพาะธุรกิจขายตรงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและในปี 2560 อาจไม่อยู่ในบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากนักโดยเป็นในทุกธุรกิจ ซึ่งบริษัทก็เป็นหนึ่งใน นั้น แต่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การจัดประชุมสัมมนาและจัดให้มี การพบปะของนักธุรกิจเครือข่ายในพื้นที่ มากยิ่งขึ้น และทำกิจกรรมออฟไลน์เข้าถึง ตัวผู้บริโภค เป็นต้น รวมถึงการทำรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) เพื่อ สร้างแรงจูงใจในการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจเครือข่ายให้พิชิตเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ขณะที่นโยบายของบริษัทแม่หลังจากนี้จะเน้นการจัดโปรโมชั่นแบบเดียวกันทั่วโลก ล่าสุดได้จัดแคมเปญ Global Shoot For Sapphire ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้นักธุรกิจเครือข่ายโฟกัสในการสร้างฐานผู้นำใหม่โดยมีการเน้นการทำธุรกิจและสร้างแรงจูงใจ
สำหรับในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 30-50% ของรายได้ ในปี 2560 และตั้งเป้าการเติบโตการขยายตัวของฐานสมาชิกนักธุรกิจเครือข่ายในระดับเดียวกัน ปัจจุบันบริษัทมีนักธุรกิจเครือข่ายจำนวน 2 แสนรหัส
"เรามองว่าในปี 2561 ถึงเวลาแล้ว ที่จะมีแรงเหวี่ยงของการเติบโตด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวกลับมาและกระจาย สู่ภาคธุรกิจต่างๆ และเช่นเดียวกันกับธุรกิจขายตรง ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ดีในการใช้จ่าย ท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค"
อย่างไรก็ตาม แผนธุรกิจปีหน้าจะเป็นปีที่เริ่มต้นแห่งความเป็นโกลบอล ที่เน้นการนำโปรโมชั่นที่ใช้แบบเดียวกันทั่วโลก ซึ่งจะเป็นนโยบายหลักหลังจากนี้เป็นต้นไป ในประเทศไทยจะเน้นการสร้างแบรนด์และความเชื่อมั่นให้กับ ผู้บริโภคและนักธุรกิจเครือข่ายเต็มรูปแบบ รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยอย่างน้อย 3 ผลิตภัณฑ์
"กระแสของโลกออนไลน์ที่หลายคนมองว่าจะเข้ามามีผลกระทบต่อธุรกิจขายตรง บริษัทมองว่าจะเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ผลักดันให้ผู้บริโภคเห็นสินค้าง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยลดความกังวลในความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อธุรกิจขายตรง" ลาวัณย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทถือได้ว่าเป็นธุรกิจขายตรงที่อยู่บนแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ตั้งแต่วันแรกในการดำเนินธุรกิจ โดย มองว่าแม้ว่ากระแสในประเทศไทยและทั่วโลกจะมีความรุนแรงของโลกออนไลน์ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย ยังคงต้องการการพบปะกันจัดประชุมแผนธุรกิจหรือแม้กระทั่งการดูแลบริการหลังการขายและการสั่งซื้อ แตกต่าง กับในต่างประเทศที่อาจเรียกได้ว่า อี-คอมเมิร์ซ 100% ในธุรกิจขายตรง
ดังนั้น บริษัทจึงยังเน้นการทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง และโซเชียลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงแผนต่างๆ ในปี 2561 เพื่อผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้







