posttoday
เศรษฐกิจยังไม่เอื้อ ฉุดตลาดของขวัญวูบ

เศรษฐกิจยังไม่เอื้อ ฉุดตลาดของขวัญวูบ

27 ธันวาคม 2560

จะเรียม สำรวจแม้ว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยซื้อกลุ่มสินค้าประเภทของขวัญของที่ระลึกในปี 2560 นี้จะเริ่มกลับมาคึกคัก แต่หากเจาะลึกไปที่การจับจ่ายที่แท้จริงแล้ว ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากหลายธุรกิจยังคงประสบกับปัญหาผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

จะเรียม สำรวจ

แม้ว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยซื้อกลุ่มสินค้าประเภทของขวัญของที่ระลึกในปี 2560 นี้จะเริ่มกลับมาคึกคัก แต่หากเจาะลึกไปที่การจับจ่ายที่แท้จริงแล้ว ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากหลายธุรกิจยังคงประสบกับปัญหาผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

จิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมของขวัญในปี 2560 นี้ติดลบ 20% จากการงดซื้อของขวัญปีใหม่ ซึ่งเป็นของฟุ่มเฟือย เนื่องจากแต่ละบริษัทตอนนี้ค่อนข้างประสบปัญหาขาดทุน ผลกำไรน้อย โบนัสไม่ออก แม้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการช็อปช่วยชาติเข้ามาแต่ก็กระตุ้นได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

ทั้งนี้ เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อผู้บริโภคหายไป ทำให้อารมณ์การจับจ่ายขณะนี้ยังไม่คึกคักและต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สังเกตได้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของห้างสรรพสินค้าที่กระตุ้นการซื้อต่อเนื่อง เช่น การอัด โปรโมชั่นสินค้าของขวัญปีใหม่แบบ เทหน้าตัก เพื่อให้มีกำลังซื้อเกิดขึ้น

จิรบูลย์ กล่าวว่า จากการที่อยู่ในสมาคมมานาน 14 ปี เชื่อว่ากำลังซื้อหลังจากนี้ฟื้นตัวแต่จะฟื้นอย่างช้าๆ โดยต้องรอดูสถานการณ์ช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป เพราะช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดสุดท้ายว่ากำลังซื้อหดจริงหรือไม่ เพราะช่วงนี้หลายๆ บริษัทต่างรอดูผลประกอบการและโบนัสว่าจะได้รับหรือไม่ เพื่อวางแผนการใช้เงินต่อไป แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าภาพรวมตลาดจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงต้นปี 2561

แม้ว่าพฤติกรรมการซื้อของขวัญของผู้บริโภคในวาระต่างๆ จะเหมือนเดิม แต่ในด้านของมูลค่าปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม 20% จาก 300 บาท ลดเหลือประมาณ 240 บาท เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายและสินค้าของขวัญปีใหม่ กระบวนการพัฒนาน้อย จึงส่งผลให้ในภาพรวมอุตสาหกรรมของขวัญภายในประเทศชะลอตัว

สำหรับภาพรวมกลุ่มสินค้าของ ขวัญส่งออกคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1-2% จากปัจจุบันมี มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ถือว่าขยายตัวดีกว่าตลาดในประเทศ เนื่องจากตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา อาเซียน ญี่ปุ่น และยุโรป เริ่มกลับมาซื้อสินค้าไทยมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันแบรนด์สินค้าไทยมีความแข็งแกร่งและมีคุณภาพดี จนทำให้ประเทศเพื่อนบ้านชื่นชม จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่จะออกมาทำการตลาดในช่วงเวลานี้

อย่างไรก็ดี เพื่อให้มูลค่าการใช้จ่ายกลุ่มสินค้าของขวัญของที่ระลึกสะท้อนภาพความเป็นจริง ขณะนี้สมาคมได้เข้าไปพบกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษาตัวเลขมูลค่าของที่ระลึกอย่างจริงจังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าปัจจุบันมีมูลค่าเท่าไร และมีบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง เพื่อนำตัวเลขที่ได้มาศึกษาเป็นแนวทางในการพัฒนาของที่ระลึก เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างตรงจุด

จิรบูลย์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลที่จะได้ดังกล่าวยังจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจ เนื่องจากเม็ดเงินที่ซื้อของขวัญของชำร่วยถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต ที่ผ่านมาสมาคมได้เก็บรวบรวมตัวเลขได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่งผลให้ปัจจุบันมูลค่าตลาดของขวัญของชำร่วยมีมูลค่าเพียง 1 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน