posttoday
ยึดสีเขียวเพื่อความยั่งยืน

ยึดสีเขียวเพื่อความยั่งยืน

27 ธันวาคม 2560

วิฑูรย์ สิมะโชคดีทุกวันนี้นักวิชาการและนักปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างใช้แนวความคิดของ "Green" เป็นเป้าหมายที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการบริหารและปฏิบัติการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

ทุกวันนี้นักวิชาการและนักปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างใช้แนวความคิดของ "Green" เป็นเป้าหมายที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการบริหารและปฏิบัติการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เรื่องนี้ไม่เว้นแม้แต่มหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความเป็น "มหาวิทยาลัย สีเขียว" (Green University)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า มก.เข้าร่วมการจัดอันดับ "มหาวิทยาลัยสีเขียว" ของโลก จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดอันดับในปี 2017 ทั้งสิ้น 619 แห่งทั่วโลก ผลปรากฏว่า มก.ติดอันดับ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลก โดยได้อันดับที่ 96 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 23 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ด้วยคะแนนรวม 5,706 คะแนน จากผลการสำรวจของ UI Green Metric World University Ranking 2017 ซึ่งจัดทำโดย University of Indonesia มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซีย (UI) เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2560 ซึ่ง มก.ได้รับคะแนนจากเกณฑ์การประเมินทั้ง 6 ด้าน ดังนี้

1.การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน 758 คะแนน 2.การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 835 คะแนน 3.การจัดการของเสีย 1,251 คะแนน 4.การจัดการน้ำ 670 คะแนน 5.การสัญจร 1,162 คะแนน 6.การศึกษา 1,030 คะแนน รวม 6 ด้าน 5,706 คะแนน

เมื่อพูดถึงเรื่องของ "ความเป็นสีเขียว" หรือ "Green" เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากลนั้น ก็ต้องเท้าความถึงปี 2016 สหประชาชาติได้ประกาศ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) มาแทน "เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ" หรือ Millenneum Development Goals (MDGs) ที่กำหนดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2000

โดยเปลี่ยนจากกรอบแนวความคิดของการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบ 3 เสาหลัก (Pillars) มาสู่กรอบแนวความคิดใหม่ที่มองการพัฒนาเป็นมิติ (Dimensions) เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อลดข้อจำกัดของการส่งเสริมการพัฒนาในแบบแยกส่วนที่ได้รับอิทธิพลจากกรอบแนวความคิดแบบ MDGs

ผู้รู้หลายท่านในบ้านเราได้สรุปถึงปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนหลายประการ อันได้แก่ ปัญหาข้อจำกัดของพื้นที่กรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ต่างๆ สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจ

สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเจ็บป่วยเนื่องจากการขาดการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การขาดบุคลากรที่มีความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

การเพิ่มของขยะมูลฝอยที่ยากต่อการย่อยสลาย การไม่สอดคล้องกันระหว่างสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การคุกคามจากความไม่ปลอดภัยของโลกไซเบอร์

มลภาวะที่เกิดจากการใช้พลังงานที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความต้องการของพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป การที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของกลุ่มคนชายขอบ ซึ่งมีที่อยู่อาศัยในแหล่งทุรกันดารที่ห่างไกล

ตลอดจนปัญหาความยากจนซึ่งเกิดจากการขาดทักษะในการเป็นผู้ประกอบการ การตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการทางสังคม และผู้ผลิตทางการเกษตร รวมตลอดถึงปัญหาที่เกิดจากนโยบายและกลยุทธ์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนและภาคสังคมนโยบายบางประการของภาครัฐ เป็นต้น

องค์กรต่างๆ จึงสมควรเลือกบางเป้าหมายใน SDGs เป็นเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรร่วมกับเป้าหมายในเชิงธุรกิจอย่างสมดุล ด้วยการจัดวางกลยุทธ์ และพัฒนากิจกรรมสีเขียว (Green) ต่างๆ รวมทั้งสร้างดัชนีชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายและสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งอยู่ที่ความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สวัสดีปีใหม่ 2561 ครับผม!

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI