posttoday
เจติยา โลกิตสถาพร

เจติยา โลกิตสถาพร

25 ธันวาคม 2560

เรื่อง มัลลิกา นามสง่าภาพ เสกสรร โรจนเมธากุลแม้ในภาวการณ์ที่ตัวอักษรบนกระดาษไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดนักอ่านจำนวนมาก ยอดจำหน่ายหนังสือน้อยลงจนน่าใจหาย เป็นแรงกระเพื่อมที่ขยายวงกว้างออกไปกระทบหลายสำนักพิมพ์บอบช้ำ บาดเจ็บ ล้มหายตายจาก

เรื่อง มัลลิกา นามสง่าภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

แม้ในภาวการณ์ที่ตัวอักษรบนกระดาษไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดนักอ่านจำนวนมาก ยอดจำหน่ายหนังสือน้อยลงจนน่าใจหาย เป็นแรงกระเพื่อมที่ขยายวงกว้างออกไปกระทบหลายสำนักพิมพ์บอบช้ำ บาดเจ็บ ล้มหายตายจาก

ยังมีอีกหนึ่งบริษัทที่หยัดยืนจะสู้ในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป นั้นคือ สถาพรบุ๊คส์ ซึ่งมีสำนักพิมพ์ในเครือ เช่น ธรรมสถาพร พิมพ์คำ บีไบรท์ ปริ๊นเซส Sugar Beat, Z-Girl เพชรการเรือน และ Hideway แตกแขนงเนื้อหาให้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว การเรือน ธรรมะ นวนิยายแปล นวนิยายไทย ฯลฯ

เจติยา โลกิตสถาพร ทายาทคนโตของ วรพันธ์ กับ ดร.สุภัคชญา โลกิตสถาพร คือผู้ที่มาสานต่อ แม้คุณพ่อคุณแม่จะยังไม่วางมือปล่อยให้ลูกสาวบินเดี่ยว แต่นับจากเรียนจบปริญญาโท สาขา International Management ที่ King's College London (ปริญญาตรีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) แล้วเข้ามาทำงานที่ธุรกิจของครอบครัว

เจติยาไม่ได้ก้าวกระโดดมานั่งบริหาร แต่เริ่มตั้งแต่พนักงานระดับชั้นผู้น้อย เรียกว่า รู้ทุกซอกมุม ทุกกระบวนการของการทำสำนักพิมพ์

"ไปเรียนรู้งานที่คลังสินค้า เรียนรู้ระบบโอเปอเรชั่น ดูเรื่องคน ซึ่งหน่วยคลังเรามีความสำคัญค่อนข้างมาก ไปดูการจัดเรียงสินค้ายังไง เพราะจำนวนปกมากเป็นพันปก

ตอนนั้นได้ช่วยจัดการเรื่องคน พนักงานลาออกเยอะ เป็นพนักงานที่ใช้แรงงาน เราก็ได้ดูแลจัดการ วางระบบเรื่องการจ่ายเงิน ระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่พนักงานไปส่งของข้างนอก

เข้าคลังสินค้าทุกวันค่ะ ร้อนนิดๆ แต่จุดนั้นทำให้เราเห็นภาพงานที่เราทำชัดมาก ทำงานที่คลังสินค้าอยู่ประมาณ 1 ปี ย้ายมากองบรรณาธิการ ทำหน้าที่คัดสรร เลือกต้นฉบับมาจัดพิมพ์ มีทีมคัดสรรอยู่ 4 คน

ทำหน้าที่อ่านต้นฉบับ เดือนหนึ่งเกือบ 30-40 เรื่อง อ่านอย่างน้อยให้ได้วันละเรื่อง เพราะเรามีไทมิ่งในการตอบกลับให้กับนักเขียนภายใน 3 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะเร็วกว่านั้น

ในทีมทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน เสียงของเราไม่ได้ดังกว่าคนอื่น ถึงเราจะชอบเล่มนี้มาก คนอื่นไม่ให้ผ่านก็ตก ถ้าเรื่องไหนในทีมให้ 3 เสียงคือผ่าน แล้วเรายังมีพี่ที่เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการช่วยอ่านอีกทีหนึ่ง"

ปัจจุบัน เจติยาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ และตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร มีหน้าที่ดูแลนักเขียนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งผลักดันให้นักเขียนเก่ามีงานอย่างต่อเนื่อง ให้โอกาสนักเขียนใหม่ได้แจ้งเกิด รวมถึงการวางแผนการผลิตสินค้า ต้องดูตลาดว่านิยายแนวไหนกำลังได้รับความนิยม และวางแผนผลิตให้ทันกับความต้องการของตลาด

"ในงานสัปดาห์หนังสือ เดือน มี.ค. 2561 สถาพรบุ๊คส์จะบุกตลาดนิยายวาย (นิยายนำเสนอความสัมพันธ์ชายรักชาย-Yaoi /หญิงรักหญิง-Yuri) เพื่อเอาใจนักอ่านกลุ่มนี้ที่มีตลาดกว้างขึ้น

ยังมีนวนิยายจีนที่เราได้บุกตลาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แผนในปีหน้าจึงจะเพิ่มงานแปลจีนมากขึ้นด้วย"

เห็นได้ว่า สถาพรบุ๊คส์ มีสำนักพิมพ์หลากหลาย ในส่วนของนิยายยังแบ่งประเภทย่อยออกไปให้ได้ตามกลุ่ม เป้าหมาย ทั้งแนวแฟนตาซี นิยายรักหวานแหวว ใสๆ ดราม่าเข้มข้น นิยายวาย เป็นอาทิ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่มัดใจกลุ่มผู้อ่าน

"สถาพรบุ๊คส์ยึดหลักในการทำงาน คือ ทำหนังสือที่ตอบสนองตลาด ซึ่งตอนนี้ตลาดนิยายวายได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นสาวๆ วัยมัธยมศึกษาถึงวัยทำงาน

นิยายวายที่จะออกในรอบแรกนี้ ทางบรรณาธิการคัดสรรได้เลือกเฟ้นนักเขียนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักอ่านกลุ่มนี้ แต่สำหรับชื่อสำนักพิมพ์และตัวนักเขียนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ค่ะ"

นิยายนับเป็นเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท "ตอนสำนักพิมพ์เปิดใหม่เราก็ทำสารคดี วรรณกรรมเยาวชน เรียกว่าทำมาเกือบทุกหมวดแล้ว

ช่วง 2-3 ปีก่อน ภาวะธุรกิจสิ่งพิมพ์กระทบมาก เราก็มองว่าเกิดอะไรขึ้น เศรษฐกิจก็มีส่วน แต่ที่สำคัญสุดคือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป

เราจะทำอะไรที่ตอบโจทย์ผู้อ่านมากที่สุด แล้วพอร์ตหลักของเราอยู่ตรงนิยาย เราจึงมุ่งมาตรงนี้ในสัดส่วนเยอะ ประเภทอื่นยังมีแต่สัดส่วนน้อยลง

ตอนนี้ที่เราจัดพิมพ์สัดส่วนของนักเขียนเก่าเยอะกว่า นักเขียนหน้าใหม่ แต่ตอนนี้จำนวนนิยายยังไม่เพียงพอ เรามีนักเขียนที่ติดสัญญาใจกับสำนักพิมพ์ราว 500 คน แต่ที่มี ผลงานออกมาสู่ตลาดประมาณ 100 คน เราจึงมีทีมที่ออกไปหาต้นฉบับไปหาตามชุมชนเว็บไซต์ออนไลน์ หรือติดตามงานของนักเขียนเก่าๆ

นิยายยังเป็นตลาดใหญ่ในวงการหนังสือ เห็นตัวเลขที่เติบโตชัดในทุกๆ ปี มีการขยับ คนอ่านนิยายมีค่อนข้างเยอะ มีนักเขียนใหม่ที่แจ้งเกิด ซึ่งจุดนี้โลกออนไลน์มีอิทธิพลด้วย"

การที่คนหันไปอ่าน-เขียนหนังสือผ่านโซเชียลมากขึ้นไม่ได้ส่งผลเสียแต่อย่างใด "เรามองว่าสื่อออนไลน์ทำให้เราปรับตัวมากกว่า อย่างที่บอกว่ามีสื่อออนไลน์มากขึ้น เรายิ่งจะได้เลือกต้นฉบับที่ดีจริงๆ เล่มนี้ถ้าเราตีพิมพ์เรามั่นใจว่าต้องขายได้

อีกส่วนหนึ่งที่เราเพิ่ม คือ อี-คอมเมิร์ซ การขายออนไลน์ หนังสือของเราเป็นพอร์ตที่เติบโตค่อนข้างดี 2 ปีหลังเติบโตขึ้นมาก ประมาณ 20% และมีการซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น จุดนี้เราก็ตั้งทีมออนไลน์ขึ้นมาอย่างจริงจัง เป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนตัวเอง

อี-บุ๊กก็มีช่วงหนึ่งที่เติบโต ประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว กระแสของไอแพด แท็บเล็ตมา ซึ่งเราไม่ได้มองว่ามันมาฆ่าหนังสือเล่ม มันเป็นส่วนเสริมที่ทำให้เราเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น บางคนอยู่ต่างประเทศ บางคนไม่อยากเก็บหนังสือเป็นเล่มที่บ้านกลัวฝุ่นกลัวปลวก แต่ตอนนี้ยอดอี-บุ๊กคงที่ ถ้าเทียบตอนนี้ยอดจำหน่ายหลักของเราอยู่ที่เป็นเล่ม 70% ออนไลน์ 20% ที่เหลืออี-บุ๊ก"

ทำงานมาแทบทุกตำแหน่ง ถามว่าชอบทำอะไรมากที่สุด เจติยาตอบว่า ชอบคัดสรรต้นฉบับ "เพราะเหมือนตรงนี้เป็นหัวใจหลักของเรา จะเลือกอะไรมาเพื่อตีพิมพ์ จะได้รับการตอบรับไหม จะพิมพ์กี่เล่ม ปกแบบไหน มันคือการวางแผน แต่ตอนนี้ก็เริ่มออกงานข้างนอกไปคุยกับร้านค้าใหญ่ๆ ไปคุยกับพาร์ตเนอร์ ก็รู้สึกเป็นอีกงานที่ท้าทาย แต่ก็มีคุณพ่อปูทางไว้ก่อนแล้ว และเวลาไปก็ยังมีพี่หัวหน้าเซลส์ไปด้วย เราก็ศึกษาดูวิธีการเจรจาของเขา"

ในอนาคต เจติยา มองว่า นิยายไม่ได้เป็นเพียงเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท แต่อยากเป็นผู้นำการผลิตหนังสือนิยายในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา