posttoday
หัวหน้า ผู้นำ

หัวหน้า ผู้นำ

26 ธันวาคม 2560

อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of Business Creativity (ABC) มหาวิทยาลัยศรีปทุมนักการตลาดอินดี้ ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟแบรนดิ้งเรื่องราวนี้ผมได้มีโอกาสฟังจากแฟนๆ ทีมหงส์แดงหลายๆ คนเล่าให้ฟังต่อๆ กันมา ในสมญานามว่า "ปาฏิหาริย์แห่งอิสตันบูล" ถ้าใครที่เป็นคอบอลคงจะพอนึกเรื่องราวนี้ออกแทบในทันที เพราะนี่เป็นนัดแห่งความทรงจำ เป็นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2005 ระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับเอซี มิลาน ที่สนามกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แน่นอนว่าวินาทีนั้นสื่อทุกสำนักต่างล้วนบอกว่ามิลานเป็นต่อหงส์แดงอยู่มากๆ ทั้งในเรื่องฟอร์มการเล่น รวมทั้งความสดของนักเตะ และเมื่อผ่านการแข่งขันแค่ในเพียงนาทีแรก มิลานก็ได้ประตูแรก โดย เปาโล มัลดินี่ กัปตันทีมมิลาน แน่นอนว่าหลังจบครึ่งแรกบนสกอร์บอร์ดปรากฏภาพว่ามิลานนำลิเวอร์พูล 3-0

อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of Business Creativity (ABC) มหาวิทยาลัยศรีปทุมนักการตลาดอินดี้ ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟแบรนดิ้ง

เรื่องราวนี้ผมได้มีโอกาสฟังจากแฟนๆ ทีมหงส์แดงหลายๆ คนเล่าให้ฟังต่อๆ กันมา ในสมญานามว่า "ปาฏิหาริย์แห่งอิสตันบูล" ถ้าใครที่เป็นคอบอลคงจะพอนึกเรื่องราวนี้ออกแทบในทันที เพราะนี่เป็นนัดแห่งความทรงจำ เป็นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2005 ระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับเอซี มิลาน ที่สนามกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แน่นอนว่าวินาทีนั้นสื่อทุกสำนักต่างล้วนบอกว่ามิลานเป็นต่อหงส์แดงอยู่มากๆ ทั้งในเรื่องฟอร์มการเล่น รวมทั้งความสดของนักเตะ และเมื่อผ่านการแข่งขันแค่ในเพียงนาทีแรก มิลานก็ได้ประตูแรก โดย เปาโล มัลดินี่ กัปตันทีมมิลาน แน่นอนว่าหลังจบครึ่งแรกบนสกอร์บอร์ดปรากฏภาพว่ามิลานนำลิเวอร์พูล 3-0

แฟนๆ ลิเวอร์พูลล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่มันเป็นการเดินทางมาพบกับฝันร้ายชัดๆ ในสนามเงียบกริบ แฟนลิเวอร์พูลบางคนถึง กับเดินออกจากสนามด้วยความผิดหวัง แต่เหตุการณ์ทั้งหมดกับตาลปัตร เหมือนหนังคนละม้วน เมื่อเริ่มครึ่งหลังไปเพียง 9 นาที เกิดจุดเปลี่ยน จากสกอร์แรกที่หงส์แดงตีตื้นขึ้นมา จากลูกโหม่งเปลี่ยนโลกของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ในนาทีที่ 54 และแค่ใน 2 นาทีต่อมา นาทีที่ 56 หงส์แดงตามมาเป็น 3-2 ด้วยลูกยิงไกลของ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และในนาทีที่ 60 หงส์แดงได้ลูกจุดโทษ โดย ชาบี อลอนโซ รับหน้าที่สังหาร แม้จะถูกผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ในจังหวะแรก แต่อลอนโซก็ยังตามซ้ำเข้าประตูไปจนสำเร็จ ด้วยเวลาเพียง 4 นาที ลิเวอร์พูลสามารถพลิกกลับมาตีเสมอเป็น 3-3

วินาทีนี้สถานการณ์พลิกผันไปอย่างถึงขีดสุด ผู้นำ 3 ประตูกลาย เป็นโดนตีเสมอ และเกมหมดเวลาด้วยสกอร์เสมอกัน จึงต้องตัดสิน ชี้ชะตาด้วยการดวลจุดโทษ และลิเวอร์พูลกลายเป็นผู้ได้สัมผัสถ้วย รางวัลแห่งความยิ่งใหญ่ในค่ำคืนวันนั้น กลายเป็น "ปาฏิหาริย์แห่ง อิสตันบูล" สุดยอดนัดชิงชนะเลิศตลอดกาลของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นี่คือเรื่องราวที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างการหยุดพักครึ่งเวลา แต่นี่เป็นสิ่งที่แฟนเดอะค็อปคนหนึ่งเล่าให้ฟัง ในห้องพักนักกีฬา ที่บรรยากาศเงียบกริบไร้แรงบันดาลใจ ก่อนที่ ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมจะหาวิธีแก้เกม...

สตีเวน เจอร์ราร์ด ซึ่งเป็นกัปตันทีมในเวลานั้น ได้ขอเวลาเพื่อ พูดบางสิ่งกับเพื่อนร่วมทีม และนี่เป็นบางส่วนในบทสนทนาของเขา ซึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าในตำนานเดอะค็อป ขณะที่แฟนหงส์แดงร้องเพลง "You'll Never Walk Alone" ดังกระหึ่มอยู่บนอัฒจันทร์ด้านนอก เจอร์ราร์ดบอกกับเพื่อนร่วมทีมว่า ตอนนี้เราถูกนำ 3 ลูก แต่เขากลับมีคำถามที่อยากจะถามกับเพื่อนร่วมทีมทุกคนว่า เราได้พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแฟนๆ ของพวกเราแล้วหรือยัง? การเล่นของพวกเรา มันดีพอสำหรับแฟนๆ เดอะค็อปที่เดินทางไกลจากลิเวอร์พูลมาถึงที่อิสตันบูลแล้วหรือยัง? พวกเขาออกเดินทางมาไกล ไกลมากๆ เพื่อมาเชียร์ มาร้องเพลงเพื่อพวกเรา

"ช่วงเวลาครึ่งหลังนี้ ผมอยากจะขอให้พวกเราทุกคน เมื่อกลับลงสนามไป ขอเล่นให้เต็มที่ เล่นให้สมกับที่พวกเขาออกเดินทางไกลเพื่อมาเชียร์เรา เราไม่ได้แค่เล่นให้ตัวเราเอง แต่เราต้องเล่นเพื่อพวกเขา และเมื่อจบเกมเราจะไม่ทำให้แฟนๆ ของเราผิดหวัง" เรื่องราวบทสนทนาข้างต้นนี้ จะจริงหรือเท็จอย่างไร ไม่ทราบได้ แต่เรื่องเล่าอันทรงพลังเรื่องนี้ ถูกบอกเล่าต่อๆ กันมา เพราะนี่คือประวัติศาสตร์บทสำคัญ จากคำบอกเล่า... สิ่งที่เจอร์ราร์ดทำในค่ำคืนนั้น มันมากกว่าการเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอล แต่มันเป็นเรื่องราวของภาวะการเป็นผู้นำทีม

ในยามที่เกิดวิกฤต ผู้นำจะต้องออกมากระตุ้น ออกมารับบทหนัก ในการนำพานาวาเคลื่อนฝ่าคลื่นลมมรสุม ผู้นำจะทำหน้าที่รวมพลัง ให้แนวทางในการฝ่าฟัน ด้วยความจริงใจ ซึ่งไม่ใช่แค่การพูด แต่มันรวมถึงบทบาทและความทุ่มเทที่จะส่งพลังความมุ่งมั่นต่อไปให้คนอื่นๆ ได้เห็น ได้รู้สึก ได้สัมผัส และได้เดินตาม ความเป็นผู้นำมีความสำคัญ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตผู้นำที่ดีจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในองค์กร ทำให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายเดียวกันอย่างชัดเจน ร่วมด้วยช่วยกัน และตรงเข้าฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน

เจมี คาร์เรเกอร์ หนึ่งในเพื่อนรักของเจอร์ราร์ด และเป็นผู้เล่นในนัดประวัติศาสตร์คืนนั้น ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "ผลงานในครึ่งหลังของ เจอร์ราร์ด คือแรงบันดาลใจของทีมอย่างเเท้จริง เขาแบกทีมของพวกเราไปสู่ถ้วยรางวัล ทั้งๆ ที่ต้องเล่นในตำแหน่งที่ต่างกันถึง 3 ตำแหน่งในคืนวันนั้น" และ 10 ปีต่อมา จากบทสัมภาษณ์ใน The Sun ปี 2015 สตีเวน เจอร์ราร์ด ได้เปิดใจว่า "เกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่อิสตันบูล ปี 2005 ถือเป็นเกมที่ดีที่สุดของผม เป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ของลิเวอร์พูล และได้เก็บถ้วยแชมป์ไว้ตลอดไป มันเหมือนความฝันที่ได้มีส่วนร่วมในรายการนี้

การพลิกเกมคว้าแชมป์ในตอนท้าย ในเกมที่น่าจะเป็นหนึ่งในเกมชิงชนะเลิศที่ดีที่สุดของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถือเป็นความมหัศจรรย์จริงๆ สิ่งที่ดีสำหรับผม ก็คือ ได้เป็นส่วนสำคัญของเกม การเป็นกัปตันทีมทำให้ผมต้องแสดงออกบางอย่าง เมื่อมองย้อนกลับไปมันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ"

หลังจบเกมนั้น มีการเปิดเผยสถิติหลายๆ อย่าง พบว่าหงส์แดงสู้มิลานไม่ได้เลย ทั้งเปอร์เซ็นต์การครองบอลก็น้อยกว่า มิลานครองบอลถึง 55% ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลแค่ 45% โอกาสในการทำประตูรวมก็น้อยกว่า มิลานยิงถึง 22 ครั้ง ลิเวอร์พูลยิงแค่ 15 ครั้ง การได้เตะมุมก็ได้น้อยกว่า มิลานได้เตะมุม 10 ครั้ง ลิเวอร์พูลได้เตะมุมแค่ 4 ครั้ง จากเรื่องเล่าข้างต้น หนึ่งเดียวที่ทีมลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่ามิลานในค่ำคืนนั้นคือปาฏิหาริย์...จากการมีผู้นำที่ดี n

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI