
ถกส่งออกยาง เกษตรฯเคาะ โควตา7หมื่น
"กฤษฎา" กำหนดโควตาส่งออกยางจากไทยไม่เกิน 7 หมื่นตัน/เดือน ยันไม่เกิดการฮั้ว
"กฤษฎา" กำหนดโควตาส่งออกยางจากไทยไม่เกิน 7 หมื่นตัน/เดือน ยันไม่เกิดการฮั้ว
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมยาง ว่า ได้กำหนดปริมาณการส่งออกยางของผู้ประกอบการไทยไม่ให้เกินตามข้อตกลงร่วมกันของที่ประชุมสภาไตรภาคียางพารา (ITRC) นัดพิเศษ 3 ประเทศสมาชิก คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่ร่วมกำหนดโควตาการส่งออกยาง พาราร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ ไม่เกิน 3.5 แสนตัน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561
ทั้งนี้ จะกำหนดโควตาส่งออกยางของไทยที่ 7 หมื่นตัน/เดือน ขณะที่ได้รับรายงานว่ามีเอกชนที่ ส่งออกยาง 5,000 ตัน/เดือน ประมาณ 43 บริษัท แต่ทางเอกชนแย้งว่า มีจำนวนมากกว่านั้น ซึ่งกรมวิชาการเกษตรชี้แจงว่าแม้บริษัทนั้นๆ จะแตกบริษัทลูกออกมา ในทางปฏิบัติจะออกใบอนุญาตผู้ส่งออกเพียง 1 บริษัท ดังนั้นจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือกับภาคเอกชนเพื่อให้ได้ข้อยุติ
"คงไม่มีใครกล้าฮั้วกัน เพราะเป็นประโยชน์ของบริษัทตัวเอง และกรมวิชาการเกษตรก็ต้องเป็น ผู้อนุญาตส่งออก ก็ต้องดูแลให้ดี" นายกฤษฎา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยางพาราร่วมกัน 3 ประเทศ ลดส่งออกยาง 3.5 แสนตัน เป็นยางของไทยใน 3 เดือนประมาณ 2.3 แสนตัน อินโดนีเซีย 9.5 หมื่นตัน และมาเลเซีย 2 หมื่นตัน โดยใน 3 เดือน 3 ประเทศ จะลดส่งออกแบ่งเป็น เดือน ม.ค. ส่งออก 5.4 แสนตัน จากปกติ 6.6 แสนตัน เดือน ก.พ. ส่งออก 5.3 แสนตัน จาก 6.7 แสนตัน เดือน มี.ค. ส่งออก 6.6 แสนตัน จากปกติ 7.4 แสนตัน
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์มันสำปะหลังปี 2560/ 2561 ว่า ผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดจะมีประมาณ 28 ล้านตัน ลดลงจากปี 2559/2560 ที่มีปริมาณ 30 ล้านตัน โดยคาดว่าราคาปี 2561 จะดีกว่าปีที่ผ่านมาไปอยู่ที่ 2.50 บาท/กิโลกรัม หรือสูงกว่า
ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะนำมาตรการใหม่ในการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ โดยก่อนนำเข้าต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ในการนำเข้าเพื่อให้รู้ว่าจะเอามันสำปะหลังไปทำอะไร โดยให้กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของกรม ขณะเดียวกันผู้นำเข้าต้องพร้อมให้พนักงานเข้าไปสุ่มตรวจคุณภาพมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพเข้าสู่ประเทศและส่งผลกระทบต่อระดับราคาในประเทศ







