
ปัญหาสังคม 4.0
ปัญหาเด็กติดเกมคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมานานแล้ว ปัญหานี้ไม่ได้ลดลงแต่ถูกหยิบยกมาพูดถึงน้อยลง เพราะเดี๋ยวนี้การเล่นเกมไม่ต้องออกไปเล่นที่ร้านเกมเหมือนในอดีต แต่เด็กสามารถเล่นเกมที่ไหนก็ได้ เล่นได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งอยู่ในบ้าน เพราะเกมต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
ปัญหาเด็กติดเกมคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมานานแล้ว ปัญหานี้ไม่ได้ลดลงแต่ถูกหยิบยกมาพูดถึงน้อยลง เพราะเดี๋ยวนี้การเล่นเกมไม่ต้องออกไปเล่นที่ร้านเกมเหมือนในอดีต แต่เด็กสามารถเล่นเกมที่ไหนก็ได้ เล่นได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งอยู่ในบ้าน เพราะเกมต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
ในอดีตเด็กติดเกมเป็นปัญหาสังคมเท่านั้น เด็กที่ติดเกมจะหนี้เรียน หนีออกจากบ้าน ลักขโมย โกหก ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ จนบ่อยครั้งจะพบว่าพ่อแม่จนปัญญาที่จะจัดการกับลูกถึงขั้นต้องล่ามโซ่ลูก ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวซ้อนลงไป ทั้งที่ทำด้วยเจตนาดีแต่พ่อแม่ก็ต้องได้รับโทษด้วย
แต่ในวันนี้ การติดเกมไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่กลายเป็นโรคแล้ว เมื่อองค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) หรือ ฮู ได้บรรจุความผิดปกติจากการเล่นเกม (Gaming Disorder) ลงในฉบับร่างคู่มือสำหรับการวินิจฉัยโรคและความผิดปกติ (ไอซีดี) ที่เป็นคู่มือสำหรับแพทย์ทั่วโลก ซึ่งจะมีการจัดพิมพ์ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 11 ในปี 2018 เป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ดับเบิ้ลยูเอชโอให้คำจำกัดความผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคดังกล่าวว่า มีพฤติกรรมการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือวิดีโอเกม ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ อาทิ ไม่สามารถแบ่งเวลาหรือจำกัดระยะเวลาที่ใช้ในการเล่นเกม และละเว้นกิจกรรมที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันเพื่อเล่นเกม รวมถึงไม่สามารถหยุดเล่นเกมได้แม้จะได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ดี เช่น ปัญหาสุขภาพ
สำหรับพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ครอบครัว สังคม การเรียน หรือหน้าที่การงาน อย่างน้อย 1 ปี ขณะที่ในบางรายที่มีผลเสียรุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องครบปี
นอกจากการติดเกมจะน่าเป็นห่วงแล้ว ในอนาคตการติดโซเชียลมีเดียก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองและคนรอบข้างเช่นกัน หากเล่น โซเชียลมีเดียจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงในอนาคตที่จะเกิดขึ้นนี้ หากการแพร่หลาย ของอินเทอร์เน็ตที่รัฐบาลได้มีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และกำหนดให้มี การติดตั้งอินเทอร์เน็ตตำบล อินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน และกระทรวงการคลัง ยังมีนโยบายจะแจกซิมประชารัฐให้ผู้มีรายได้ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์จะให้นำเอาไปใช้พัฒนาตัวเองให้มีองค์ความรู้มากขึ้น เป็นการขยายโอกาสให้ เข้าถึงแหล่งข้อมูล ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ หากมีการนำเอาสัญญาณไว-ไฟจากอินเทอร์เน็ตตำบล อินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แทนที่จะนำไปใช้ทำมาหากิน กลับนำมาเอาใช้เล่นเกม ใช้ในทาง เอนเตอร์เทนมากกว่าหาความรู้ แทนที่จะได้ประโยชน์ กลับกลายเป็น โทษไป
บ่อยครั้งที่พบว่าเด็กเอาโทรศัพท์มือถือของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไปเล่นเกม และเติมเงินซื้อของในเกม เป็นเงินจำนวนหลักหมื่นหลักแสน โดยที่ผู้ปกครองจะมารู้ก็ต่อเมื่อเงินหมดจากบัญชีไปแล้ว และสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
ทุกสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แม้เหตุการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็สามารถที่จะวางแผนล่วงหน้าไม่ให้เกิดขึ้น หรือให้ เป็นปัญหาน้อยที่สุด ดังนั้นจำเป็นที่รัฐจะต้องให้ความรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ตให้ถูกต้อง และอาจจะต้องจำกัดการเข้าถึงข้อมูลในบางเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพื่อให้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลตั้งใจไว้ n







