posttoday
กรมบังคับคดี...กับเศรษฐกิจไทย

กรมบังคับคดี...กับเศรษฐกิจไทย

20 ธันวาคม 2560

ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์กรมบังคับคดีได้ร่วมกับทีมวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลศึกษาเรื่อง "การศึกษาผลกระทบด้านการผลักดันทรัพย์สินต่อระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์กรความรู้ ด้านการบังคับคดีในระดับอาเซียน"

ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

กรมบังคับคดีได้ร่วมกับทีมวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลศึกษาเรื่อง "การศึกษาผลกระทบด้านการผลักดันทรัพย์สินต่อระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์กรความรู้ ด้านการบังคับคดีในระดับอาเซียน"

รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้จัดทำโครงการศึกษาวิจัยผลกระทบด้านการผลักดันทรัพย์สินต่อระบบเศรษฐกิจไทย ขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเกณฑ์ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพในการผลักดัน ทรัพย์สิน (Efficiency enforcement index) ของไทย

เป็นการศึกษาประสิทธิภาพการผลักดันทรัพย์สินต่อระบบเศรษฐกิจไทย รวมถึงศึกษามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของไทย จากการผลักดันทรัพย์สินที่ทำให้เกิด การคืนเงินแก่เจ้าหนี้ ตลอดจนเพื่อศึกษา การนำทรัพย์สินที่ถูกผลักดันกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Free up asset)

สำหรับผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พบว่า การดำเนินงานผลักดันทรัพย์ผ่าน ระบบประมูลขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี นอกจากจะรักษาความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินแล้ว ยังสามารถสร้าง การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ จากการนำ ทรัพย์ที่ถูกยึดไว้กลับมาใช้ใหม่ (Free up asset) โดยหากมูลค่าการขายทอดตลาดทรัพย์เพิ่มขึ้น 1% ของมูลค่าการ ขายทอดตลาดแล้ว เศรษฐกิจไทยโดย รวมจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.589% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ ราคา ตลาด

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2558 กรมบังคับคดีสามารถผลักดันทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นถึง 13% ของมูลค่าการขายทอดตลาดในปีก่อน กรมบังคับคดีสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจไทยได้ถึง 10,110 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากการวิจัยยังพบว่า กระบวนการขายทอดตลาดที่มีประสิทธิ ภาพเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องมาจากการที่กรมบังคับคดีได้มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการบริหารสมัยใหม่ มาปรับใช้ในกระบวนการบังคับคดี

คณะผู้วิจัยได้นำผลที่ได้จากการวิจัยมาเป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ และวิเคราะห์ ด้วยวิธีการเชิงคุณภาพ เพื่อปรับปรุงกระบวนการขายทอดตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์พบว่า สาระสำคัญของการปรับปรุงกระบวนการขายทอดตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบการบริหารสมัยใหม่มาปรับใช้ในกระบวนการมากยิ่งขึ้น

โดยคณะวิจัยฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรให้สามารถประเมินราคาทรัพย์ให้มีความใกล้เคียงกับ ราคาตลาด ด้านการบริหารจัดการข้อมูล ด้าน พัฒนาระบบสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัล ด้านระบบการประมูล ปรับปรุงรูปแบบการ ประมูลให้มีความหลากหลายเหมาะสม กับประเภททรัพย์ และด้านการจัดทำ บัญชี ควรจัดจ้างเจ้าหน้าที่เชิงเทคนิคจากภายนอกและกำหนดให้มีกรอบระยะเวลาดำเนินการเสร็จสิ้นที่แน่นอน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI