
Nike พาตูนสู่เส้นชัย
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดเข้าเส้นชัยด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ "อาทิวราห์ คงมาลัย" หรือ "ตูน บอดี้สแลม" ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จของคนในชาติด้วย ในการแสดงออกถึงความสามัคคีมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์โดยมีผู้นำที่มีอิทธิพลอย่างตูน ประกอบกับการปลุกกระแสให้ผู้คนหันมาสนใจในสุขภาพของตนเอง
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
เข้าเส้นชัยด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ "อาทิวราห์ คงมาลัย" หรือ "ตูน บอดี้สแลม" ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จของคนในชาติด้วย ในการแสดงออกถึงความสามัคคีมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์โดยมีผู้นำที่มีอิทธิพลอย่างตูน ประกอบกับการปลุกกระแสให้ผู้คนหันมาสนใจในสุขภาพของตนเอง
ในการวิ่งที่ท้าทายอุปสรรคนานัปการ นอกจากร่างกายต้องพร้อมแล้ว เสื้อผ้า และรองเท้าก็เช่นกัน ไนกี้ได้มาเป็นผู้สนับสนุนการช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ตูน และเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2560 ตูนก็เริ่มต้นการวิ่งครั้งประวัติศาสตร์กับระยะทาง 2,191 กิโลเมตร เป็นเวลา 55 วัน จาก อ.เบตง จ.ยะลา ภาคใต้ของประเทศไปจนถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ในการวิ่งครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรรอเขาอยู่ที่เส้นชัย เขาก็ไม่ได้วิ่งเพื่อตนเอง ตูนวิ่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยด้วยการระดมทุนครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 700 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ โรงพยาบาล 11 แห่งในประเทศไทย และถ้าคนไทยช่วยกันบริจาคเพียงคนละ 10 บาท เป้าหมายนี้ก็จะบรรลุได้ภายใน 25 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการวิ่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิ่งที่ชัดเจน คือ "นอกจากจะระดมทุนเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลในประเทศไทยแล้ว อีกจุดประสงค์คือให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพ"
ตูนไม่ใช่นักวิ่งมืออาชีพ เขาเป็นนักร้องนำของวงร็อกระดับแนวหน้าของประเทศ "บอดี้สแลม" และเป็นร็อกเกอร์ชื่อดัง สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เขาเป็นผู้หลงใหลในการวิ่งและการออกกำลังกาย เป็นแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจออกเดินทางครั้งสำคัญครั้งนี้ เพื่อช่วยให้ตูนบรรลุเป้าหมายได้โดยการเพิ่มศักยภาพและลดการบาดเจ็บระหว่างวิ่ง ไนกี้ได้เชิญตูนไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่ ณ เมืองเบเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน พบกับผู้เชี่ยวชาญของ Nike Sports Research Lab (NSRL) เพื่อหาวิธีที่จะช่วยให้เขาวิ่งได้ดีขึ้น ทางทีมงานได้วิเคราะห์ร่างกายของตูนเพื่อทำความเข้าใจความเร็วในการวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณน้ำและแคลอรีที่ต้องการ การพักฟื้น รวมถึงรองเท้าและเสื้อผ้าที่จะมาช่วยและสิ่งที่ค้นพบก็คือ
o ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตูนสลับใช้รองเท้า 5 คู่ ตลอดการวิ่ง 55 วัน
o จำลองสภาพอากาศในประเทศไทยที่ NSRL แล้วทดลองวิ่งด้วยอัตราที่กำหนดและใส่เสื้อผ้าที่คาดว่าจะใช้ในการวิ่งจริง นักวิทยาศาสตร์ได้วางแผนเพื่อกำหนดว่าควรจะดื่มน้ำเมื่อไหร่ ปริมาณเท่าไหร่เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด
o การวิ่งได้วันละ 50 กิโลเมตรต่อเนื่องเป็นเวลา 55 วันนั้น ต้องใช้พลังงานสูงมากและร่างกายต้องทำงานหนัก นักวิทยาศาสตร์จึงได้แนะนำว่าควรรับประทานอาหารประเภทข้าวอบกรอบรสน้ำผึ้งและแยมโรลชิ้นเล็กๆ
o ได้รับชุดเซ็นเซอร์เพื่อใส่ระหว่างการวิ่ง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของเขาและจะนำมาวิเคราะห์ให้กับตูนทุกๆ 2-3 สัปดาห์
แม้ว่าภาพและเนื้อหาที่สะท้อนชัดเจนว่า Nike ให้การสนับสนุนโครงการวิ่งการกุศลของตูนทำให้เกิดกระแสหลายด้านที่ผ่านมา บางคนมองว่า เป็นช่องทางโฆษณาขายรองเท้าเท่านั้น แต่หลายคนก็มองเป็นเรื่องปกติ การไม่สนับสนุนต่างหากเป็นเรื่องแปลก ซึ่งในความคิดของทีมงานเลยจุดเรื่องผลตอบแทนที่จะได้จากไนกี้มาไกลมากแล้ว เพราะความสำเร็จ ณ วันที่เข้าเส้นชัยนั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก
ดังนั้น จึงไม่มีกระแสลบมากนักในการสนับสนุนของ Nike เพราะความร่วมมือที่สมเหตุสมผล การกระทำของตูนในครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เขาแสดงให้เห็นว่ากีฬาสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง
ตูนกับรองเท้า ไนกี้ ซูม ฟลาย ที่เขาใช้วิ่งระยะทาง 2,191 กม. ในวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยยอดบริจาคของพี่น้องชาวไทยทะลุกว่า 1,150 ล้านบาท ถ้าจะกล่าวในแง่ของการตลาดแล้ว ตูนเป็น Evangelist ของวงการกีฬาไปแล้ว และเป็นกีฬาของนักวิ่งที่สามารถจุดประกายขึ้นง่ายๆ เพราะการวิ่งไม่ได้ใช้ทักษะมากมาย ทว่าปลายทางของมัน คือ "สุขภาพดีถ้วนหน้า"







