
รฟท.กางแผนเร่งแก้ขาดทุน
รฟท.เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการเข้า คนร. เดือน ม.ค. 2561เร่งตั้งบริษัทลูกพัฒนาที่ดินแสนล้าน หวังรายได้โตหลังทางคู่เสร็จ
รฟท.เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการเข้า คนร. เดือน ม.ค. 2561เร่งตั้งบริษัทลูกพัฒนาที่ดินแสนล้าน หวังรายได้โตหลังทางคู่เสร็จ
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนฟื้นฟู กิจการรวมถึงแนวทางการหารายได้ให้องค์กรเพื่อแก้ปัญหาขาดทุนต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561
สำหรับแผนการเพิ่มรายได้แบ่งเป็น 1.การนำพื้นที่ รฟท.มาใช้ประโยชน์ โดย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทลูกด้านบริหารทรัพย์สิน เพื่อเปิดให้เอกชนเข้ามา พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์มูลค่านับแสนล้านบาท เช่น สถานีแม่น้ำ พื้นที่มักกะสัน และพื้นที่ กม.11 บริเวณบางซื่อ คาดว่า จะเสนอแผนให้ ครม.พิจารณาได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2561
2.การเพิ่มรายได้จากงานบริการโดยเฉพาะจากรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางที่ จะเกิดในอนาคต ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มด้านการขนส่งสินค้าที่จะมาเป็นรายได้ หลักขององค์กร ซึ่ง รฟท.มีแผนลงทุนจัดซื้อหัวรถจักรเพิ่มเพื่อทดแทนรถเก่าและรองรับโครงการรถไฟทางคู่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อหัวรถจักร ดีเซลไฟฟ้าขนาด 16 ตันเพลา จำนวน 100 คัน มูลค่า 19,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การจัดหาด้วยวิธีซื้อ 50 คัน วงเงิน 6,500 ล้านบาท และจัดหาด้วยวิธีเช่าอีก 50 คัน วงเงินประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทนั้น คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือน มี.ค. 2561
ด้านรายจ่ายบำเหน็จบำนาญพนักงาน กว่าปีละ 4,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแนวทางเพื่อลดรายจ่ายส่วนดังกล่าวในแต่ละปี เนื่องจากมีสัดส่วนที่ มากเมื่อเทียบกับรายจ่ายภาพรวม เบื้องต้น อาจใช้แนวทางภาคสมัครใจให้บุคลากรที่ พร้อมรับเงินไปเลยทีเดียวทั้งงวด ไม่ทยอย จ่ายรายเดือนเหมือนเงินบำนาญ
รายงานข่าวกระทรวงคมนาคม ระบุว่า รฟท.ประเมินในปี 2561 จะมีรายรับ 50,953.74 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก การดำเนินงาน 10,708.54 ล้านบาท เป็น เงินกู้เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด 34,125 ล้านบาท และเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรร ให้ 63,120.19 ล้านบาท แต่รายรับดังกล่าว ยังคงต่ำกว่ารายจ่ายที่คาดว่าจะอยู่ที่ 62,337.74 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นรายจ่าย ในการดำเนินงาน 16,380.29 ล้านบาท รายจ่ายชำระเงินกู้ 34,310.45 ล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายเงินกู้ 4,496.3 ล้าน บาท รายจ่ายบำเหน็จบำนาญพนักงาน 4,377.65 ล้านบาท และเป็นรายจ่ายลงทุนเพียง 2,773.03 ล้านบาท







