
แปลงความรู้...เป็นทุนปัญญาจุดประกายไอเดียสังคม
วารุณี อินวันนา"ทําดีที่สุด...ในจุดที่เป็น" คือชื่อหนังสือผลงานเขียนเล่มที่ 4ในชีวิตการทำงานของ สุทธิพลทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
วารุณี อินวันนา
"ทําดีที่สุด...ในจุดที่เป็น" คือชื่อหนังสือผลงานเขียนเล่มที่ 4ในชีวิตการทำงานของ สุทธิพลทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ทั้ง 4 เล่ม เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การบริหาร ที่มาของการตัดสินใจที่เน้นคิดแบบ "นอกกรอบ" โดยรากของความคิดก่อเกิดจากการยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง กลั่นกรองออกมาสู่การปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ดีและมีความน่าเชื่อถือ
สุทธิพล เล่าว่า การเขียนหนังสือแต่ละเล่มมาจากผู้คนรอบข้างเรียกร้องให้เขียน น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับสังคมได้เรียนรู้ และได้เทคนิคการแก้ปัญหาอุปสรรค เพื่อนำไปปรับใช้ในการบริหาร เพราะการผ่านงานมาถึง 7 แห่ง เผชิญกับอุปสรรคและปัญหาต่างๆ มามาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นผู้ไปบุกเบิกสร้างองค์กรให้เติบโตและวางกฎระเบียบใหม่ๆ เคยอยู่ในองค์กรที่ถูกตรวจสอบ ถูกฟ้องร้อง และองค์กรที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ทำให้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย
เล่มแรกที่เขียนชื่อ เปิดหน้าต่างอเมริกา สมัยอยู่กระทรวงพาณิชย์ เพราะช่วงนั้นถูกส่งไปเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เล่มที่ 2 คือ ไม่ลอง...ไม่เห็นธรรม ซึ่งเขียนหลังสึกจากการเป็นพระและเป็นช่วงท้ายๆ ของการทำงานเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล่มที่ 3 ชื่อ คิดเรื่องกฎหมายโทรคมนาคม สมัยทำงานเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย
สำหรับเล่มที่ 4 ชื่อ ทำดีที่สุด...ในจุดที่เป็น เป็นการรวมหลักการคิด การตัดสินใจ ตั้งแต่สมัยเรียนที่ฮาร์วาร์ด การใช้ชีวิตในต่างแดน การทำงานในองค์กรต่างๆ รวมถึงที่ คปภ.
"ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็พยายามทำดีที่สุด แม้จะเจออุปสรรคก็ทำให้ดี จะทำให้เราผ่านไปได้ เพราะทุกองค์กรที่เราเข้าไปเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มักจะได้รับการต่อต้าน แต่ต้องเดินหน้าด้วยหลักการ ความซื่อสัตย์ สุจริต หาข้อมูลให้รอบด้าน" สุทธิพล กล่าว
ทั้งนี้ ขอยกบางส่วนของการแปลงความรู้...เป็นทุนปัญญาจุดประกาย ไอเดียให้กับสังคมไทย คือหลักการบริหารและประสบการณ์สมัยเป็นบอร์ด กสทช. ที่เจออุปสรรคหนักหนาสาหัส และเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ให้ธุรกิจไทยเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ในวันนี้
1.ต้องหนักแน่นยึดมั่นในหลักการไม่หวั่นไหวไปตามกระแส ซึ่งการจะยึดหลักการได้ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบให้เข้าใจแก่น เข้าใจภารกิจ แล้วจึงขับเคลื่อนโดยใช้ข้อมูลต่างๆ มาสนับสนุน
2.ต้องซื่อสัตย์สุจริตและยุติธรรม หลักการนี้สำคัญที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่จะไปทำหน้าที่บริหารความ ขัดแย้ง ชี้ถูกชี้ผิด การออกกฎระเบียบหรือตัดสินใจต้องไม่ทำเพื่อเอื้อพวกพ้อง
3.ทำการบ้าน ขยันค้นคว้าพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เช่น ก่อนเข้าประชุมต้องศึกษาวาระการประชุมให้รอบคอบ ค้นดูกฎกติกาที่ถูกอ้างในวาระการประชุม เพื่อจะได้ซักถามและเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์
4.การทำงานต้องใจกว้าง เปิด รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อาจจะได้อะไรดีๆ และในการประชุมอาจจะต้องมีการโหวตความเห็นเพื่อหาข้อยุติ หากผู้เสนอความเห็นเป็นฝ่ายแพ้โหวตต้องเคารพมติที่ประชุม
5.ต้องไม่ละเลยการสื่อสารให้ความกระจ่างต่อสาธารณะ ต้องรีบชี้แจงทำความเข้าใจให้ถูกต้อง อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็ก
6.ต้องเน้นให้บุคลากรในองค์กรเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง เช่น พนักงานผู้ปฏิบัติงานก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่ไปเล่นบทผู้บริหาร หรือคอยจับผิดคนอื่น องค์กรใดที่ทำหน้าที่ผิดฝาผิดตัว ยากจะเจริญรุ่งเรือง
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์นักบริหารกฎหมายผู้กุมตาชั่งองค์กรระดับชาติ วัย 57 ปี ที่อาจจุดประกายให้สังคมได้แนวคิดและแนวทางในการบริหาร เพื่อนำพาองค์กรให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้อย่างเข้มแข็ง







