
ดึงทัพจีนขนเงินลงทุนอีอีซี
"อุตตม" เปิดวงสัมมนาดึงนักลงทุนจีนเข้าพื้นที่อีอีซี หวังเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ วันเบลต์วันโรด
"อุตตม" เปิดวงสัมมนาดึงนักลงทุนจีนเข้าพื้นที่อีอีซี หวังเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ วันเบลต์วันโรด
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน ม.ค. 2561 จะมีการจัดงาน สัมมนาเพื่อชักชวนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้แก่นักลงทุนจีนที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมอากาศยาน เป็นต้น โดยเตรียมพานักลงทุนกว่า 200 ราย ลงพื้นที่อีอีซีเพื่อศึกษาดูงานในพื้นที่จริงก่อนตัดสินใจลงทุน
"การชักชวนนักลงทุนจากจีนเข้ามาในพื้นที่อีอีซีได้รับความสนใจจาก นักลงทุนเป้าหมายรายสำคัญของจีนอย่างมาก โดยผู้ที่จะร่วมงานในช่วงปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า เราก็จะเชิญ ทั้งเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมการลงทุนของจีน โดยตั้งเป้าไว้ประมาณ 200 ราย คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน" นายอุตตม กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่าการลงพื้นที่จะมีส่วนสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเกิด การตัดสินใจได้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น ประกอบกับในช่วงปี 2561 จะเริ่มเห็นโครงการต่างๆ ของรัฐ และโครงการ ที่ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ในพื้นที่อีอีซีเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นอกจากนี้ ในปี 2561 จะเร่งเดินหน้าผลิตบุคลากรรองรับการขับเคลื่อนอีอีซี โดยจะร่วมมือกับสมาคมอาชีวศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาของประเทศออสเตรียในการฝึกฝนบุคลากร และทำงานวิจัยให้ตรงกับเป้าหมายการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว และเพื่อยกระดับประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0
รายงานข่าวระบุว่า การจัดงานสัมมนาและชักชวนนักลงทุนจีนลง พื้นที่อีอีซีสอดคล้องกับภารกิจหลักของประเทศในช่วงแรกของปี 2561 ที่จะมีเจรจาในระดับรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจไทย-จีน เพื่อเชื่อมการค้ากับนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (วันเบลต์วันโรด) ของจีน รวมถึงการเชื่อมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษใหญ่อื่นๆ ที่มีโอกาสทางการค้าและการลงทุนด้วย
ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก และประชุมร่วมกับภาคเอกชนเพื่อหารือทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและโอกาสทางการค้าและการลงทุน มีข้อเสนอให้รัฐบาลประกาศ จัดตั้งโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันตก (Western Economic Corridor) หรือ WEC เป็นโครงการ 2 ต่อจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพของพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก สุโขทัย และตาก มีความพร้อม แต่ยังขาดการสนับสนุนและเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ โดยมีสนามบิน 3 แห่ง และกำลังเพิ่มแห่งที่ 4 ที่แม่ระมาด
นอกจากนี้ ยังมีด่านการค้าที่แม่สอดเป็นประตูการค้าสำคัญที่มีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ในอนาคตจะเป็นทางผ่านของสถานีรถไฟความเร็วสูง มีสถานีรถไฟทางคู่ และเป็นจุดเชื่อม East-West Economic Corridor สี่แยก อินโดจีน รวมถึงศักยภาพด้านท่องเที่ยวสูงมาก โดยมีสถานที่ขึ้นชื่อ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พื้นที่มรดกโลก อุ้มผางและน้ำตกทีลอซู เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากสามารถผลักดันโครงการต่างๆ ได้จะช่วยเพิ่มมูลค่า จีดีพีได้กว่า 4.4 ล้านล้านบาท ภายใน 10 ปี จากปัจจุบันมีมูลค่า 1.6 แสน ล้านบาท







