
แนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และการลงทุน ในปี 2561
บลจ.กสิกรไทย/รอกราฟคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2560 นับเป็นปีที่ดีของการลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นที่ทุกภูมิภาคต่างให้ผลตอบแทนเป็นบวก (หุ้นโลก 20%)1 หรือแม้แต่ทองคำเองที่โดยปกติจะสวนทางกับหุ้น แต่ก็ได้อานิสงส์จากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าในปีนี้ ส่งผลให้ทองคำปรับตัวบวกกว่า 12%[1]
บลจ.กสิกรไทย/รอกราฟ
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2560 นับเป็นปีที่ดีของการลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นที่ทุกภูมิภาคต่างให้ผลตอบแทนเป็นบวก (หุ้นโลก 20%)1 หรือแม้แต่ทองคำเองที่โดยปกติจะสวนทางกับหุ้น แต่ก็ได้อานิสงส์จากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าในปีนี้ ส่งผลให้ทองคำปรับตัวบวกกว่า 12%[1]
ทั้งนี้ นักลงทุนก็คงจะมีคำถามกันต่อว่าวงจรของหุ้นที่ดีมากในปีนี้จะยังมีต่อเนื่องไปปีหน้าหรือไม่ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทยจะเป็นอย่างไร บลจ.กสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจโลกจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดย IMF ประมาณการว่าปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.8% จากปีนี้ที่ 3.7%[2] โดยนักวิเคราะห์ต่างปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจโลกขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มาเริ่มกันที่ฝั่งประเทศแกนหลักอย่างสหรัฐ อัตราเงินเฟ้อน่าจะแตะระดับ 2% ตามที่คาดไว้ แต่ยังคงต้องจับตานโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์จะนำมาใช้บริหารประเทศ โดยเฉพาะมาตรการลดภาษีเพื่อหนุนบรรยากาศการลงทุน ซึ่งน่าจะเห็นผลในปีหน้า ด้านฝั่งยุโรป ดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มแข็งแกร่ง แต่ปัญหาภายในของแต่ละประเทศยังเป็นตัวฉุดการขยายตัวโดยรวมของภูมิภาค อาทิ ประเด็นแคว้นกาตาลุญญา ที่จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสเปน เช่นเดียวกับการที่อังกฤษออกจากยุโรป (Brexit) ที่ยังต้องจับตาผลกระทบที่น่าจะเริ่มชัดเจนกว่าปีนี้
ด้านญี่ปุ่นเศรษฐกิจขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผลจากการที่อาเบะ ชนะการเลือกตั้งตามคาดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หนุนให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ
อีกประเทศที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ จีน พี่ใหญ่ของเอเชีย แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ก็ถือว่าอยู่ในกรอบที่ทางการจีนตั้งใจไว้ที่ 6-7% โดยมุ่งเน้นการเติบโตจากภายในเป็นหลัก แต่ยังต้องจับตาปัญหาหนี้ภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับล่าสุด ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ประกาศในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะเน้นย้ำในการปฏิรูปประเทศ
ข้ามมาที่ในประเทศกันบ้าง เศรษฐกิจไทยปีหน้ามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2560 ด้วยแรงหนุนหลักจากการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวขึ้นกว่าในอดีตและมีความชัดเจนมากขึ้น ด้านการบริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ยังแข็งแกร่ง แต่จับตาตัวเลขส่งออกที่อาจได้รับผล กระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า (หากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า) และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง
ทั้งนี้ สภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่อยู่ระดับสูง ประกอบกับแนวโน้มสหรัฐที่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป สนับสนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นในภูมิภาครวมถึงไทย โดย บลจ.กสิกรไทยคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปีอยู่ที่ระดับ 1,820 จุด
สำหรับภาวะการลงทุนในปีหน้าน่าจะไม่ต่างจากปีนี้มาก โดยสภาพคล่องจะยังคงมีสูงจากการที่ประเทศแกนหลักอย่างยุโรปและญี่ปุ่นยังดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและส่งผลบวกต่อบริษัทจดทะเบียน ด้านความเสี่ยงทางการเมืองที่มีสูงในช่วงปีที่ผ่านมาจากทั้งการเลือกตั้งสหรัฐ ปี 2559 และในยุโรปอีกหลายประเทศ
ล่าสุดฝั่งเยอรมนียังไม่ลงรอยกันในการจัดตั้งรัฐบาลผสม รวมถึงการเลือกตั้งในอิตาลีภายในเดือน พ.ค.ปีหน้า อีกทั้งประเด็นในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งปัญหาทางการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศนี้เอง มักส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและบรรยากาศการลงทุน
หากลงมาที่รายสินทรัพย์ บลจ.กสิกรไทยมองว่าหุ้นมีความน่าสนใจมากกว่าตราสารหนี้ โดยกลุ่มประเทศเกิดใหม่น่าดึงดูดกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว จากเศรษฐกิจที่เติบโตสูงและระดับราคาหุ้นที่มีส่วนลด ด้านตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้มีความน่าสนใจน้อยลง (อัตราผลตอบแทนมีทิศทางตรงกันข้ามกับราคา) อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้บางประเภทยังคงน่าสนใจ
เช่น ตราสารหนี้ประเทศเอเชียที่มีเครดิตดีและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าบนความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แม้ความเสี่ยงของการชะลอตัวเศรษฐกิจโลกและการเมืองในแต่ละประเทศจะคลี่คลาย แต่การกระจายการลงทุนและคัดเลือกการลงทุนที่เหมาะสมยังเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารพอร์ตการลงทุนที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
[1] ที่มา : ดัชนี MSCI ACWI และ LBMA Glod Price PM, Morningstar, 29 พ.ย. 2560
[2] ที่มา : IMF, World Economic Outlook, ต.ค. 2560







