posttoday
สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย  ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

24 ธันวาคม 2560

ยุคประเทศไทย 4.0 ต้องยอมรับกันว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)

โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ยุคประเทศไทย 4.0 ต้องยอมรับกันว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างมาก รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยยุค 4.0 ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว 20 ปีข้างหน้า โดยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม คือกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคเกษตรได้

ล่าสุด ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะผู้บริหาร สวทช. แถลงผลงาน สวทช. ภายใต้แนวคิด NSTDA Beyond Limits หรือ “นวัตกรรมเหนือคาดหมาย พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย 4.0” ซึ่งเป็นการแถลงผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กรวิจัยระดับประเทศครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปี

พร้อมกับกำหนดประเด็นวิจัยมุ่งเน้น 5 เรื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม ให้เป็นที่ประจักษ์ 5 ด้าน ได้แก่ 1.อาหารเพื่ออนาคต 2.ระบบขนส่งสมัยใหม่ 3.การสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทย 4.เคมีชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวภาพ และ 5.นวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืน

สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย  ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

โดย สวทช.ได้สร้างกลไกเทคโนโลยีฐานแบบบูรณาการ (Integrated Technology Platform) ที่เกิดจากการควบรวมเทคโนโลยีหลากหลายสาขา มี 3 แพลตฟอร์ม (Platform) ได้แก่ 1.Sensors เป็นการนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านเซ็นเซอร์ (Sensors) ของ 4 ศูนย์แห่งชาติของ สวทช. มาทำงานวิจัยร่วมกัน ตอบโจทย์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์ สิ่งแวดล้อม 2.High-performance computing & data analytics (HPC & DA) เทคโนโลยีที่นำข้อมูลการเก็บรวบรวม เช่น ข้อมูลทางชีวภาพ ข้อมูลเสียงและภาพ ฯลฯ แทนการใช้มนุษย์วิเคราะห์ และ 3.Bio-based materials สวทช.นำเอาองค์ความรู้ในเทคโนโลยีฐานชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) ในการควบคุมการทำงานของสิ่งมีชีวิตได้อย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพ ไปขยายขนาดการผลิตสารที่ต้องการ ทั้งนี้เพื่อนำทั้ง 3 แพลตฟอร์มไปสู่การใช้ประโยชน์โดยต่อยอดจากฐานความเชี่ยวชาญของ 4 ศูนย์แห่งชาติของ สวทช. ทั้งด้านไบโอเทคโนโลยี ดิจิทัลเทคโนโลยี เทคโนโลยีวัสดุ และนาโนเทคโนโลยี

สำหรับงานวิจัยมุ่งเน้น นวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืนและด้านอาหารเพื่ออนาคต สวทช.โฟกัสที่จะตอบโจทย์สังคมและภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยมีแผนงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง 

นวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืน

สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย  ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

“พืชมุ่งเป้า” สวทช.โดยศูนย์ไบโอเทค มุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น โดยใช้ฐานข้อมูลด้านเชื้อพันธุกรรมพืช (Germplasm) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างและปรับปรุงพืชสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลของพืชที่หลากหลายมิติเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เช่น การประเมินเพื่อให้ทราบลักษณะดีเด่นในแต่ละพันธุ์ เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้เพิ่มผลผลิตได้ และการปรับตัวได้ดีในสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชต่างๆ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ผลิตและผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ไบโอเทค สวทช. มีตัวอย่างการปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และสามารถตอบโจทย์ทั้งภาคเกษตร อาทิ ข้าวหอมชลสิทธิ์ ทนน้ำท่วมฉับพลัน อยู่ใต้น้ำได้นาน 2-3 สัปดาห์ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง เป็นตัวเลือกในการลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

พลังแห่งดิจิทัลเพื่อเกษตรสมัยใหม่ สวทช.โดยศูนย์เนคเทค ใช้ดิจิทัลเพื่อพลิกโฉมการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart Farm ที่เน้นการบริหารจัดการและการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานเกษตรกรรม เนคเทค สวทช. ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรและอาหารที่สามารถใช้ได้จริงเป็นจำนวนมาก เช่น สถานีวัดอากาศ อุปกรณ์สำหรับผลิตภัณฑ์ระบบควบคุมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กล่องควบคุมวาล์วให้น้ำ เป็นต้น รวมกันเรียกว่า “NECTEC FAARM series ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เนคเทค สวทช. มีความมุ่งหวังที่จะนำข้อมูล (Data) ทางด้านการเกษตรใช้เพื่อวิเคราะห์และประมวล (FAAR AlicE : Analytics Engines) เกิดเป็นเครื่องมือช่วยในการค้นหาพื้นที่ ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช ช่วยเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อาหารเพื่ออนาคต

สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย  ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

การออกแบบโครงสร้างอาหารเพื่ออนาคต สวทช.โดยเอ็มเทค วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Food Structuring ซึ่งเป็นการศึกษาโครงสร้างอาหารโดยลงลึกถึงโครงสร้างระดับโมเลกุล เช่น โครงสร้างของแป้ง ไขมัน โปรตีน ฯลฯ เพื่อเข้าใจถึงธรรมชาติของอาหารและวัตถุดิบที่ใช้ สำหรับนำมาออกแบบและควบคุมโครงสร้างภายในของอาหาร เพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นและเนื้อสัมผัสตามที่ต้องการ ตัวอย่างนวัตกรรมอาหารที่ใช้เทคโนโลยี Food Structuring ในปัจจุบัน ได้แก่ การพัฒนาอาหารเฉพาะทาง (Specialty Foods) อาทิ อาหารผู้สูงอายุ อาหารปราศจากกลูเตน อาหารไขมันต่ำ อาหารโซเดียมต่ำ ซึ่งในอนาคตเอ็มเทควางแผนร่วมงานกับไบโอเทคและนาโนเทค เพื่อศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาหารในระบบการย่อยอาหารทั้งหมด โดยใช้แบบจำลองการย่อยอาหาร (Simulated Gut Models) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันสร้าง “นวัตกรรมอาหารเฉพาะบุคคล Personalized Nutrition (Diet)” ด้วย

เทคโนโลยีกักเก็บเพื่อเพิ่มมูลค่าพืชสมุนไพร สวทช.โดยศูนย์นาโนเทค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนพัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชสมุนไพรไทย โดยมุ่งเน้น 4 สมุนไพรหลัก ได้แก่ บัวบก ขมิ้นชัน กระชายดำ และไพล ด้วยการนำเทคโนโลยีการกักเก็บมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพืชสมุนไพรไทย ประยุกต์ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารคน อาหารสัตว์ เครื่องสำอาง เป็นต้น ซึ่งข้อดีของการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ อาทิ สามารถควบคุมการปลดปล่อยสารสำคัญ ลดปริมาณการใช้ และเพิ่มความคงตัวของสารสำคัญ

สวทช.แย้ม 5 งานวิจัย  ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

นอกจากนั้นแล้ว สวทช.ยังถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคเกษตรผ่านสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ซึ่งปี 2560 ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร 220 ชุมชน ใน 45 จังหวัด โดยครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 36 เรื่อง เช่น โครงการข้าวอินทรีย์ จ.ยโสธร โรงเรือนพลาสติกคัดเลือกแสง ขยายผลเทคโนโลยีจำนวน 24 โรงเรือนใน 12 จังหวัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้ให้เกษตรกรจำนวนมากขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้ สวทช.และหน่วยงานพันธมิตรพร้อมที่จะขับเคลื่อนทุกภาคส่วนเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ โดยใช้ศักยภาพของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวพ้นคำว่า “ประเทศกับดักรายได้ปานกลาง” ไปสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา