
ศก.โตดันจีดีพีเกษตร
สศก.คาดจีดีพีเกษตรปี 2561 โต 3-4% จากผลนโยบายรัฐยกระดับสินค้าเกษตร สะท้อนตลาดส่งออกดีขึ้น
สศก.คาดจีดีพีเกษตรปี 2561 โต 3-4% จากผลนโยบายรัฐยกระดับสินค้าเกษตร สะท้อนตลาดส่งออกดีขึ้น
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตร หรือ จีดีพีเกษตร ปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 3-4% โดยสาขาพืชขยายตัว 3.5-4.5% สาขาปศุสัตว์ขยายตัว 1.3-2.3% สาขาประมงขยายตัว 2-3% สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 2-3% และสาขาป่าไม้ขยายตัว 1.5-2.5%
ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนคือการดำเนินนโยบายและมาตรการด้านการเกษตรต่างๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด สภาพอากาศและปริมาณน้ำยังคงเอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตรและเศรษฐกิจโลกในปี 2561 มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย
สำหรับภาวะจีดีพีเกษตรปี 2560 ขยายตัว 5.3% เทียบกับปี 2559 โดยมีปัจจัยบวกคือนโยบายที่กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยเน้นการบูรณาการงานใน 13 นโยบายหลัก ประกอบกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำเอื้ออำนวยต่อการผลิต ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญมีเพียงพอ โดยเฉพาะการผลิตข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแถบภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น อาทิ อาเซียน 9 ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายสาขาในปี 2560 พบว่าสาขาพืชขยายตัว 6.8% พืชที่มีการขยายตัวมาก ได้แก่ ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ
สำหรับภาวะเศรษฐกิจสังคม ครัวเรือนเกษตรปีเพาะปลูก 2559/2560 พบว่า ครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดทางการเกษตร 160,932 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 เท่ากับ 2.34% จากผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะพืช เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ และปศุสัตว์ เช่น ไก่เนื้อ โคเนื้อ น้ำนมดิบ รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการแปรรูปผลผลิตที่ผลิตและการจำหน่ายผลผลิตพลอยได้ในฟาร์มที่เพิ่มขึ้นด้วย
ด้านรายได้เงินสดนอกการเกษตรต่อครัวเรือนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 148,346 บาท เพิ่มขึ้น 3.60% จากปี 2559 จากงานนอกภาคการเกษตรที่สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน เช่น เงินเดือน กำไรจากการค้าขาย การรับจ้าง และให้บริการของสมาชิกในครัวเรือน ส่งผลให้ครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดทั้งปี 2560 รวม 309,278 บาท/ครัวเรือน
ทั้งนี้ ในปีเพาะปลูก 2560/2561 คาดว่ารายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเกษตรจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2.5% และครัวเรือนเกษตรจะมีเงินสดคงเหลือก่อนหักชำระหนี้สูงถึง 71,443 บาท/ครัวเรือน จากปี 2559/2560 ที่เหลือเงินสด 66,100 บาท/ครัวเรือน/ปี หรือเพิ่มขึ้น 25.41% ขณะที่หนี้สินครัวเรือนเกษตรอยู่ที่ 123,454 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเพียง 0.62% ซึ่งหนี้สินดังกล่าวมาจากการใช้ในการหมุนเวียนเพื่อทำการผลิตทางการเกษตร
ด้านดัชนีรายได้เกษตรกรปี 2560 เพิ่มขึ้น 4.54% จากดัชนีผลผลิตที่ ปรับตัวสูงขึ้น 7.40% โดยคาดปี 2561 รายได้เกษตรกรยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง







