posttoday
‘นิวอีโคโนมี’ มาแรง ปลดล็อกจีนสู่ยุคใหม่

‘นิวอีโคโนมี’ มาแรง ปลดล็อกจีนสู่ยุคใหม่

23 ธันวาคม 2560

ท่ามกลางคาดการณ์จากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางคาดการณ์จากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) หรือสถาบันการเงินอื่นๆ ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ "นิว อีโคโนมี" หรือเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ ของจีนกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และอาจนำจีนสู่การหลุดพ้นกับดักกลไกการขยายตัวแบบเดิมๆ ที่พึ่งพาภาคการผลิตดั้งเดิมเป็นหลัก ซึ่งมีปัญหาทั้งการผลิตส่วนเกินและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

สถาบันสังคมศาสตร์จีน (ซีเอเอสเอส) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจใหม่ของจีนขยายตัวโดยเฉลี่ยที่ 16.1% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งเติบโตสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจภาพรวม (จีดีพี) ถึง 1.9 เท่า ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ก็นำไปสู่การจ้างงานเพิ่ม 7.2% ต่อปี มากกว่าการจ้างงานเพิ่มในเศรษฐกิจภาพรวม 22 เท่า

ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจใหม่จึงเป็นความหวังของจีนในการเบนเข็มไปสู่กลไกการเติบโตคุณภาพสูง ที่พึ่งพานวัตกรรมและภาคบริการ แทนภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม

เซาท์ไชน่า มอนิ่ง โพสต์ รายงานว่า ในการไปสู่เป้าหมายดังกล่าว จีนต้องสร้างภาคอุตสาหกรรมนวัตกรรมที่ ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ให้มีขนาด 1.5 แสนล้านหยวน (ราว 7.47 แสนล้านบาท) ภายในปี 2020

อย่างไรก็ดี ซีเอเอสเอสเปิดเผยว่า เศรษฐกิจใหม่ของจีนคิดเป็นสัดส่วน 14.6% ของขนาดเศรษฐกิจทั้งหมดแล้วเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และมีสัดส่วนการจ้างงานที่ 10% ของปริมาณการจ้างงานทั้งหมด ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวคาดว่าจะปรับตัวขึ้นจนเพิ่มการจ้างงานใหม่ทุกปีราว 1 ล้านอัตราจนถึงปี 2020

ไรด์-แชริ่งดาวรุ่งพุ่งแรง

ซีเอเอสเอส ระบุว่า "ตีตี้ ชูซิง" ไรด์- แชริ่งชื่อดังของจีน เป็นตัวอย่างชัดเจนของธุรกิจในเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยกระตุ้นการจ้างงานจนสามารถมาทดแทนการลดกำลังคนในอุตสาหกรรมการผลิตแบบเดิม โดยตีตี้มีการจ้างงานใหม่ กว่า 2.9 ล้านอัตรา ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย. 2016-30 มิ.ย. 2017

ทั้งนี้ ตีตี้ถือเป็นไรด์-แชริ่งแนวหน้าของจีน ซึ่งนอกจากทำธุรกิจภายในประเทศแล้ว บริษัทมีแผนขยายการดำเนินงานไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยรอยเตอร์สรายงานว่า ตีตี้จะเปิดบริการในเม็กซิโกปี 2018 และเตรียมเข้าสู่ตลาดไต้หวัน หลังบริษัทเพิ่งระดมทุนรอบใหม่ไปได้ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.31 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ด้านนิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยเมื่อเดือน ส.ค.ว่า ขณะนี้มูลค่าตลาดของตีตี้ในเอเชียอยู่ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.63 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับ อูเบอร์ ยักษ์ไรด์-แชริ่งจากสหรัฐที่ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.29 ล้านล้านบาท) โดยแม้มูลค่าตลาดของตีตี้จะน้อยกว่า แต่กลับมีบริการที่ครอบคลุมกว่าอยู่ที่ 400 เมืองทั่วเอเชีย เมื่อเทียบบริการของอูเบอร์แค่เพียง 85 เมือง

สมาร์ทโฟนจีนยังโตแกร่ง

ธุรกิจสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เป็นอีกภาคธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่จีนเช่นกัน โดย กันตาร์ เวิลด์พาแนล บริษัทวรวบรวมและวิจัยข้อมูลตลาด ผู้บริโภค เปิดเผยว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนจีน ได้แก่ เสี่ยวหมี่ วีโว่ ออปโป้ และ หัวเว่ย ติด 4 ใน 5 แบรนด์ที่ครองตลาดสมาร์ทโฟนจีน 91%

นอกจากครองตลาดในบ้านแล้ว สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนยังทำยอดขายได้ดีในตลาดโลก โดยข้อมูลจากบริษัท" ไอดีซีเมื่อไตรมาส 3 ปี 2017 พบว่า หัวเว่ยยังคงรั้งตำแหน่งบริษัท สมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ขณะที่เสี่ยวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจีนอีกราย มีสัดส่วนตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบรายปี ไปอยู่ที่ 7% ทำยอดขายได้ราว 2.6 หมื่นเครื่องในไตรมาสดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการเติบโตที่แข็งแกร่ง ของบริษัท ทำให้รอยเตอร์สรายงานว่า เสี่ยวหมี่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยี ที่ระดมทุนในการออกหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้มาก ที่สุดในปี 2018 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายไอพีโอไว้ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.63 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเกี่ยวข้องเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า เสี่ยวหมี่มีแนวโน้มระดมทุนผ่านไอพีโอได้มากถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.27 ล้านล้านบาท) จากคาดการณ์รายได้บริษัทขยายตัวสดใส ซึ่งรอยเตอร์สระบุว่าจะเพิ่มขึ้นมา 18% จากรายได้เป้าหมายไปอยู่ที่ 1.7-1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.56-5.89 แสนล้านบาท) ในปี 2017

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน