
กนง.เตือนติดกับดัก ผลตอบแทนสูง
ท่ามกลางดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ต่ำมานาน เป็นเรื่องยากที่ประชาชนอย่างเราๆ
โดย จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ท่ามกลางดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ต่ำมานาน เป็นเรื่องยากที่ประชาชนอย่างเราๆ จะหวังว่าผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะช่วยให้เงินที่สะสมงอกเงยได้เร็ว ประกอบกับมีทางเลือกลงทุนเกิดขึ้นมาก คนเข้าถึงช่องทางใหม่ๆ ง่ายขึ้น ทำให้เกิดพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (เสิร์ช ฟอร์ ยิลด์) ซึ่งทางการแสดงความเป็นห่วงประเด็นนี้มาต่อเนื่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ กนง. และ กนส. ห่วงคือ พฤติกรรมเสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ อีกประเด็นคือพัฒนาการเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวที่มีผลต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน
ประเด็นเสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ นั้น ที่ประชุมมองว่าภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้พฤติกรรมเสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ ยังมีต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้ลงทุนประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร สิ่งที่สะท้อนได้ชัดคือ การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) ที่ยังมีสูง แม้การลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดี แต่ก็กระจุกตัวสูงแค่ในสินทรัพย์ของบางประเทศเท่านั้น
กลับมาดูการลงทุนในประเทศ ที่ประชุมห่วงการลงทุนผ่านสหกรณ์ ออมทรัพย์เพื่อแสวงหาผลตอบแทนสูงขึ้นที่ยังมีต่อเนื่อง แม้การขยายตัวของเงินรับฝากกลุ่มนี้จะชะลอตัวบ้างแต่ก็ยังสูงอยู่ และสหกรณ์ออมทรัพย์นำสภาพคล่องส่วนเกินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นในช่วงที่เงินรับฝากขยายตัวสูงกว่าเงินให้กู้ยืม
ที่ประชุมมองว่าแม้หน่วยงานกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์จะปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็ควรต้องเร่งยกระดับกรอบกฎหมายและกระบวนการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ทันกับความเสี่ยง เพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์มีระบบบริหารความเสี่ยงและธรรมาภิบาลที่ดี
ประเด็นที่ กนง.และ กนส.เป็นห่วงแต่คลายความกังวลบ้างคือ การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ เพราะหลังกรณีการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารหนี้บางรายช่วงที่ผ่านมา ทำให้ภาคธุรกิจชะลอระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ไป โดยเฉพาะตราสารที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสะท้อนว่าผู้ลงทุนตระหนักเรื่องความเสี่ยงและระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น
ด้าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและกำลังปรับปรุงเกณฑ์การออกและเสนอขายตราสารหนี้ รวมทั้งยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของตัวกลางเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ให้ลงทุนอย่างเหมาะสมกับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง
ที่ประชุมมองว่า เสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ ยังมีต่อไปและอาจทำให้เกิดการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรในวงกว้างขึ้น ครอบคลุมถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่จะระดมทุนและลงทุนด้วย ดังนั้นหน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ธปท. ก.ล.ต. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องร่วมกันประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง พร้อมปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลให้เหมาะสมกับความเสี่ยงแต่ละช่วงเวลา ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ
อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน แสดงความเห็นเรื่องเสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ ว่า สิ่งที่ธนาคารเห็นคือลูกค้าต้องการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เพราะต้องการผลตอบแทนสูง แม้ไม่แนะนำให้ไปลงทุนก็ยังต้องการลงทุน พฤติกรรมนี้มีตั้งแต่ปีก่อน แต่ระยะหลังเมื่อมีกรณีผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ลูกค้าระวังขึ้นและจากการที่ธนาคารไม่ได้นำเงินลูกค้าไปลงทุนในตราสารที่มีปัญหาช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้ามั่นใจโยกเงินมาให้ช่วยบริหารมากขึ้น
สรุปแล้วหาผลตอบแทนสูงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก่อนลงทุนประเมินตัวเองด้วยว่ารับความเสี่ยงสูงขนาดนั้นได้จริง หรือหลอกตัวเอง เพราะมองเพียงผลตอบแทนสูงจนลืมความเสี่ยง







