
โอกาสไทยไปสปป.ลาวสดใส
ทูตพาณิชย์ชี้ช่องลงทุนลาว ธุรกิจเกษตร สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล อุตสาหกรรมแปรรูป สปป.ลาว เร่งพัฒนาระบบคมนาคม ดึงนักลงทุน
ทูตพาณิชย์ชี้ช่องลงทุนลาว ธุรกิจเกษตร สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล อุตสาหกรรมแปรรูป สปป.ลาว เร่งพัฒนาระบบคมนาคม ดึงนักลงทุน
น.ส.ยานี ศรีมีชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียงจันทน์ กล่าวในงานสัมมนา "โอกาสธุรกิจไทยในหลวงพระบาง" ว่า การลงทุนใน สปป.ลาว มีหลายกลุ่มที่ น่าสนใจ เนื่องจากรัฐบาล สปป.ลาว สนับสนุนและมีความต้องการในตลาด ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และอุตสาหกรรมแปรรูป โดย 4 กลุ่มดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ภาครัฐให้การสนับสนุน
สำหรับข้อดีของการลงทุนในพื้นที่ สปป.ลาว ได้แก่ ค่าแรงขั้นต่ำ นโยบายสนับสนุนการลงทุนทั้งรายสาขาและพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว แต่มีข้อควรระวังผู้ประกอบการติดตามกฎระเบียบการค้าการลงทุนต่อเนื่อง เพราะอยู่ในช่วง การเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้ทันสมัย
ขณะที่มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและ สปป.ลาว เดือน ม.ค.-ก.ค. 2560 มีมูลค่า 3,434.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 99% มาจากมูลค่าการค้าตามแนวชายแดน ซึ่งไทยเป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 2 ใน สปป.ลาว รองจากจีน มูลค่า 4,497 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ในปี 2559 ไทยและ สปป.ลาว มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 5,871.22 ล้านดอลลาร์ โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 2 เท่า ภายในปี 2564 สินค้าส่งออกที่ขยายตัวมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สินค้าปศุสัตว์ เพิ่มขึ้น 38.38% ผลิตภัณฑ์ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่มขึ้น 32.25% และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ เพิ่มขึ้น 17.01% เทียบกับปี 2558
นางสีลิพร สุพันทอง หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนประจำแขวงหลวงพระบาง เปิดเผยว่า รัฐบาลลาวสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ ขยายเส้นทางการบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น เส้นทางหลวงพระบาง- กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เสียมราฐ ฮานอย เฉิงตู เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้ขยายเส้นทางบกเชื่อมระหว่างหลวงพระบาง-เวียดนาม และหลวงพระบาง-จีน สิ่งสำคัญที่สุดคือโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงร่วมกับประเทศจีน คาดว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในลาวได้มากกว่า 7 ล้านคน







