
ทรัมป์กร้าวลงดาบต่างชาติ
ทรัมป์ขู่พร้อมตัดงบหนุนชาติต้านสหรัฐ กรณีรับรองอิสราเอล คาดยูเอ็นจีเอกว่า 150 ชาติหนุนมติ นักวิเคราะห์มองไม่มีผลกระทบ
ทรัมป์ขู่พร้อมตัดงบหนุนชาติต้านสหรัฐ กรณีรับรองอิสราเอล คาดยูเอ็นจีเอกว่า 150 ชาติหนุนมติ นักวิเคราะห์มองไม่มีผลกระทบ
เอพีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเตือนว่า สหรัฐจะตัดงบช่วยเหลือต่างประเทศกับบรรดาประเทศต่างๆ ที่ลงมติสนับสนุนการเรียกร้องให้ทรัมป์ยกเลิกคำรับรอง กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เมื่อวานนี้
"ประเทศเหล่านั้นรับเงินสนับสนุนจากสหรัฐไปหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บางประเทศรับมากกว่าพันล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ แต่พวกเขายังจะโหวตต่อต้านเรา ดังนั้นเราจะจับตาดูการลงมตินี้ และถ้าพวกเขาโหวตต้านเรา เราก็จะประหยัดเงินได้อีกมากโข" ทรัมป์ กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสหรัฐ
ทั้งนี้ คำประกาศของทรัมป์มีขึ้นภายหลัง นิกกี ฮาร์ลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า จะจดรายชื่อประเทศที่ต่อต้านสหรัฐในการประชุมดังกล่าว และส่งให้ทรัมป์พิจารณา โดยก่อนหน้านี้สหรัฐวีโต้มติในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่คัดค้านการรับรองกรุงเยรูซาเลมของสหรัฐ
ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวประณามยูเอ็นก่อนการประชุมยูเอ็นจีเอดังกล่าว โดยระบุว่าที่ประชุมดังกล่าวเป็นศูนย์รวมคนหลอกลวง พร้อมระบุว่า อิสราเอลจะไม่สนับสนุนมติคัดค้านคำรับรองของทรัมป์ในที่ประชุมอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นักการทูตหลายรายคาดการณ์ว่า จะมีประเทศราว 150-180 ชาติ จากทั้งหมด 193 ชาติ ที่ลงมติต่อต้านสหรัฐในที่ประชุมยูเอ็นจีเอ ท่ามกลางความพยายามของเนทันยาฮูและฮาร์ลีย์ ที่ล็อบบี้ชาติอื่นให้สนับสนุนคำรับรองของทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้เนทันยาฮูกล่าวเรียกร้องให้ผู้นำชาติยุโรปรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลตามสหรัฐ ขณะที่ฮาร์ลีย์ได้ร่างจดหมายเรียกร้องให้กว่า 180 ชาติ หนุนมติสหรัฐ เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดี
อย่างไรก็ดี คาเลด เอลจินดีย์ จากสถาบันคลังสมองบรูกกิงส์ ของสหรัฐ ระบุว่า คำประกาศเตือนของทรัมป์เป็น การกู้คะแนนความนิยมของตนที่ตกต่ำลงต่อเนื่อง ซึ่งคำรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอลเองก็มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวเช่นกัน ในขณะที่คำขู่ดังกล่าวอาจไม่กระทบต่อนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐ
"คำขู่นั้นไม่ใช่เป้าหมายที่ให้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐปฏิบัติตาม" เอลจินดีย์ กล่าว







