
บี้กทช.รับผิดชอบประมูล3จีเหลว
โพสต์ทูเดย์
— นักวิชาการจี้ กทช. รับผิดชอบความเสียหายจากการถูกระงับประมูล 3จี ทั้งลาออกและรับผิดชอบด้านตัวเงินนายประชา คุณธรรมดีอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในงานแถลงข่าวเรื่อง
“เราควรเรียนรู้อะไรจากเรื่อง 3จี” ว่า มีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้เร่งเปิดให้บริการ 3จี ใน 3 ประเด็นคือ 1.การแปรสัญญาสัมปทานระบบ 2จี เป็นใบอนุญาต และมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ประกอบการรายใหม่โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ประกอบการไทย2.การวางนโยบายการให้บริการพื้นฐานอย่างทั่วถึง (USO) โดยกำหนดรูปแบบที่หลากหลาย 3.กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... หรือ พ.ร.บ.กสทช. ควรจะต้องมีจำนวนคณะกรรมการที่ไม่มากเกิน เนื่องจากตัวแทนของคณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ ในขณะที่ควรจะเน้นผู้รู้ทางด้านเทคโนโลยีและผู้ที่สามารถกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินนโยบายที่ดีได้
สำหรับกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางให้ระงับการประมูลใบอนุญาต(ไลเซนส์) 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) นั้นเห็นว่า กทช.ขาดความรับผิดชอบ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 80 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากการตีความเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กทช.นั้นได้รับการทวงถาม คัดค้าน โต้แย้งมากว่า 1 ปีแล้ว ตั้งแต่การดำเนินการของ กทช.ชุดที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้น กทช.กลับเลือกที่จะให้กฤษฎีกาเป็นผู้ตีความ แทนที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ของ กทช.ชุดปัจจุบัน การเดินหน้าเปิดประมูลต่อ ควรที่จะหารือเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ต่อด้วย แต่กลับไม่เห็นว่า กทช. จะนำประเด็นนี้มาประเมินความเสี่ยงก่อนการดำเนินการ และยังไม่แสดงความรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการทำงานที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ดังนั้น กทช.ควรจะแสดงความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้ ซึ่งอาจจะเป็นในรูปของตัวเงิน รวมถึงการลาออกของ กทช. ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการประมูล 3จี
“
งบประมาณที่ใช้ไปกว่า 80 ล้านบาท กทช.ยังขาดความรับผิด ซึ่งการออกมาขอโทษอย่างเดียวคงไม่พอ กทช. น่าจะรับผิดเป็นตัวเงินความเสียหาย และหากในความคิดผมนั้น ถ้าไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อใช้เงินรัฐและทำให้เกิดความเสียหายแล้ว ก็ควรจะลาออก แต่ไม่เห็นควรที่ กทช.จะยุติบทบาทแบบยกชุด เพราะจะทำให้ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม”






