
ของขวัญที่ตรงใจ
ของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมไว้แจกประชาชนที่เน้นมาตรการลดค่าครองชีพ และการตรึงราคาน้ำมัน นับเป็นข่าวดีชั่วครั้งชั่วคราวที่ชวนให้ตื่นเต้น แต่ถามว่าเป็นของขวัญที่ตรงใจประชาชนหรือไม่ คงตอบว่าไม่น่าจะใช่
ของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมไว้แจกประชาชนที่เน้นมาตรการลดค่าครองชีพ และการตรึงราคาน้ำมัน นับเป็นข่าวดีชั่วครั้งชั่วคราวที่ชวนให้ตื่นเต้น แต่ถามว่าเป็นของขวัญที่ตรงใจประชาชนหรือไม่ คงตอบว่าไม่น่าจะใช่
ของขวัญแต่ละชิ้นที่รัฐบาลจัดให้เสมือนเป็นการช่วยบรรเทาปัญหากำลังซื้อของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัวมากกว่าของขวัญที่แท้จริงที่ประชาชนอยากได้คือ การอยู่ดี กินดี อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ไม่ใช่ดีกระจุกเฉพาะคนบางกลุ่ม
วานนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะออกมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) หลังจากพบว่าเอสเอ็มอีมีหนี้เสียเพิ่มไม่หยุด ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ทะยาน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสนอมาตรการ แก้หนี้เกษตรกร 3.9 ล้านคน จากทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน ลูกหนี้ ธ.ก.ส. 3.3 ล้านคน และลูกหนี้ระบบสหกรณ์ 6 แสนคน โดยรวมหนี้ในและนอกระบบ จากนั้นปรับโครงสร้างหนี้ และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร โดยมีเป้าหมายล้างหนี้ใน 3-5 ปี ล้างหนี้เสียเฉลี่ย 2.5 หมื่น-3 แสนบาท/ราย
กระทรวงพาณิชย์จะจัดลดราคาสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ล่าสุดจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2560-4 ม.ค. 2561 เป็นเวลา 22 วัน ที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดในโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ 30% หรือ 1.05 หมื่นล้านบาท
กระทรวงศึกษาธิการเตรียมมอบของขวัญปีใหม่แก่เด็กไทยในโครงการติวฟรีดอทคอม นำติวเตอร์ชื่อดังมาสอนเทคนิคเคล็ดลับการเรียนรู้วิชาต่างๆ และการเรียนเสริมนอกบทเรียนในกลุ่มวิชาสาระการเรียนรู้หลัก และมีแนวข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และคลังข้อสอบให้เด็กเตรียมตัวสอบ
กระทรวงกลาโหมเตรียมเสนอ ครม. ซื้อเรือ 1,900 ลำให้ชาวประมง จะประกาศวันที่ 27 ธ.ค. 2560
เมื่อพิจารณาแค่ของขวัญ 5 ชิ้นใหญ่นี้ ก็ไม่ต่างจากมาตรการประชานิยมในยุคที่ผ่านมานัก ทำให้ชวนสงสัยว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น เป็นการฟื้นแบบมีเสถียรภาพหรือมีความยั่งยืนเพียงใด
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพิ่งปรับจีดีพีปีนี้ว่าจะเพิ่มเป็น 3.9% จากปี 2559 จากเป้าเดิมที่ 3.7% หลังจากไตรมาส 3 จีดีพีโต 4.3% สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส จนทำให้ 9 เดือนแรกปีนี้ จีดีพีโตถึง 3.8%
การปรับเป้าหมายจีดีพีนี้ ควรน่าดีใจหรือไม่ และรัฐบาลจะหาทางออกจากกับดักการเติบโตที่ว่านี้อย่างไร
ของขวัญที่แท้จริงที่ประชาชนอยากได้คือ ถ้าวันใดเอสเอ็มอีหรือเกษตรกรอยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพามาตรการอุ้มชูจากรัฐ วันนั้นคือประชาชนไทยคงได้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ตรงกับใจ โดยไม่ต้องรอคอยของขวัญใดๆ ในช่วงสิ้นปีอีกเลย
จีดีพีที่เติบโตคงเป็นแค่ตัวเลขที่โป่งออกมา แต่เนื้อแท้วันนี้คือ ประชาชนไทยยังยากจน n







