posttoday
ส่องเทรนด์ธุรกิจดีดี๊ ทำแล้วรวย...

ส่องเทรนด์ธุรกิจดีดี๊ ทำแล้วรวย...

13 ธันวาคม 2560

ชีวรัตน์ กิจนภาธพงศ์ทุกๆ ปีจะมีการสำรวจธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง เพื่อเป็นเข็มทิศธุรกิจให้กับนักลงทุนหรือนักธุรกิจ โดยปีนี้หลาย สำนักมีความคิดตรงกับ ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลจะมาแรงแซงโค้งทุกวงการ

ชีวรัตน์ กิจนภาธพงศ์

ทุกๆ ปีจะมีการสำรวจธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง เพื่อเป็นเข็มทิศธุรกิจให้กับนักลงทุนหรือนักธุรกิจ โดยปีนี้หลาย สำนักมีความคิดตรงกับ ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลจะมาแรงแซงโค้งทุกวงการ

เริ่มต้นจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจ "ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ประจำปี 2561" ซึ่งเป็นผลสำรวจต่อเนื่องนับเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้พบว่า ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์-ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม-ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซยังคงเป็นธุรกิจเด่นมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ธุรกิจดาวร่วง จะเป็นธุรกิจหัตถกรรม-ธุรกิจด้านการผลิตเหมืองแร่-ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารและวารสาร และธุรกิจเช่าหนังสือ ที่ล้มหายไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อเปรียบเทียบ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง 2560 และ 2561

ธุรกิจเด่นปี 2560 ที่ไม่โดดเด่นติด 1 ใน 10 ปี 2559

o ธุรกิจบริการทางการเงิน

o ธุรกิจ Modern Trade

o ธุรกิจออร์แกไนซ์

o ธุรกิจซ่อมและจำหน่ายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์

o ธุรกิจให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบัญชี

ธุรกิจดาวรุ่งปี 2561 ที่ไม่ติด 1 ใน 10 ในปี 2560

o ธุรกิจด้านปิโตรเคมีและพลาสติก

o ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์

o ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบ้านเช่า หรือห้องเช่า

o ธุรกิจด้านความเชื่อ เช่น โหราศาสตร์เครื่องรางของขลัง

o ธุรกิจร้านเสริมสวย/ตัดผมแนวแฟชั่น

นั่นคือธุรกิจที่เคยเป็นดาวรุ่งก็จะกลายเป็นธุรกิจดวงร่วงได้ เพราะทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก ใครที่ ไม่หยุดนิ่งพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้

15 ธุรกิจดี๊ดีปี 2561

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics) มองเทรนด์ลงทุนภาครัฐ เที่ยวไทย สังคมสูงวัย ปีหน้ายังดี เทรนด์เศรษฐกิจโลกโตหนุนธุรกิจส่งออกโตสดใส เทรนด์ดิจิทัลพลิกสมรภูมิค้าปลีก/ค้าส่งไทย

TMB Analytics เปิดโพยวิเคราะห์ 15 ธุรกิจแนวโน้มสดใสโตตาม 5 เทรนด์เศรษฐกิจปี 2561

เทรนด์แรกคือ เทรนด์การลงทุนภาครัฐ ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินก่อสร้างกว่า 7.7 แสนล้านบาท จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ส่วนใหญ่อยู่ในระยะก่อสร้าง โครงการลงทุนและจัดซื้อตาม งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 โดยภาครัฐได้เร่งการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ

ธุรกิจเด่นที่ได้รับอานิสงส์ คือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจที่ปรึกษาการก่อสร้าง/สิ่งแวดล้อม ธุรกิจขาย/ให้เช่าเครื่อง จักรกลก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น เพราะนโยบายพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้มีการลงทุนก่อสร้างโรงงาน สำนักงาน ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เป็นแรง หนุนธุรกิจกิจกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องในปีหน้า

เทรนด์ท่องเที่ยวไทย ปีจอยังคงกระแสดีอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 37.0 ล้านคน ในปีหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ฯลฯ

ธุรกิจดาวเด่น ที่ได้รับประโยชน์ คือ ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่คือ ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวนั้นท่องเที่ยวในไทย นานขึ้นและกระจายนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการบ้านที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬายัง ต้องคิดต่อไป

เทรนด์สังคมสูงวัยและใส่ใจสุขภาพ มีอิทธิพลต่อธุรกิจและเศรษฐกิจไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอัตราประชากร สูงอายุที่คาดว่าปีหน้าจะมีจำนวนกว่า 10.5 ล้านคน หรือร้อยละ 16.0 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 12.3 ล้านคน ในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากเม็ดเงินใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพที่เพิ่มตามจำนวนผู้สูงอายุแล้ว กระแสการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เช่น การวิ่งออกกำลังกาย ฟิตเนส โยคะ แบดมินตัน ยังคงทำให้การใช้จ่ายด้านกีฬาและสันทนาการเพิ่มขึ้น

ธุรกิจดาวเด่น คือ ธุรกิจดูแลผู้สูงวัย ร้านขายยาและอาหารเสริม ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ออกกำลังกาย

เทรนด์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เทรนด์ล่าสุด ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากการเติบโตของเศรษฐกิจยุโรป สหรัฐ และตลาดเกิดใหม่ในโซนเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ยอดส่งออกของไทย 10 เดือนแรกขยายตัวได้สูงถึง 9.7% และคาดว่าส่งออกไทยนี้ปีจะขยายตัวได้ 8% ธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับผลดีส่งออกได้ มากขึ้นคือ ธุรกิจส่งออกอาหารแปรรูป ธุรกิจส่งออกผัก/ผลไม้ และธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

เทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจค้าส่ง/ค้าปลีกจากเดิมเข้าสู่การค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากพฤติกรรมการจับจ่ายของคนไทยจะเปลี่ยนมาซื้อสินค้าบริการผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ระบบการชำระเงินผ่านบริการ พร้อมเพย์ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง แอพ พลิเคชั่นบนมือถือ คาดการณ์ว่าปี 2561 มีมูลค่ากว่า 9.2 แสนล้านบาท และขยายตัวเป็น 3 ล้านล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเพิ่มขึ้น 33% ต่อปี ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ธุรกิจขายของออนไลน์ (สินค้าอุปโภคบริโภค) ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจบริการด้านไอที

10 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง

ด้านมุมมองคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมที่จะเป็นดาวรุ่งและมีแนวโน้มสดใสในปี 2561 ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมค้าปลีก อี-คอมเมิร์ซ จะขยายตัวสูงในปี 2561 ทั้งผู้ให้บริการและฐานลูกค้า มีนักลงทุนหน้าใหม่ต่างชาติเข้าสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างเต็มที่ โดยในปี 2560 วงการอี-คอมเมิร์ซไทยมีการขยับตัวครั้งใหญ่ เมื่อกลุ่ม Alibaba เข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท Lazada และมีการวางแผนจะลงทุนต่อยอดในระบบขนส่งและระบบกระจายสินค้า ธุรกิจ ค้าปลีกอี-คอมเมิร์ซจะมีการแข่งขันที่ เข้มข้นขึ้นในปี 2561

2.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเติบโต ไม่ต่ำกว่า 8% ในปี 2561 และภาครัฐ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนการส่งออกภาคบริการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 16-17% ของจีดีพี

3.กิจการที่ทำธุรกิจแบ่งปันทรัพย์สิน (Asset Sharing) โดยให้ผู้ร่วมธุรกิจใช้สินทรัพย์ของตัวเองผ่าน Platform ของบริษัท 4.ธุรกิจอุตสาหกรรมภาคก่อสร้าง น่าจะเร่งตัวขึ้นทั้งจากโครงการลงทุนภาครัฐและการขยายตัวของการก่อสร้างภาคเอกชน

5.อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ 6.อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 7.ธุรกิจฟินเทค 8.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกและปิโตรเคมี 9.อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกและพลังงานชีวภาพ 10.อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ

ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขาลง ได้แก่ 1.ธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และเคเบิลทีวี 2.อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 3.ธุรกิจและอุตสาหกรรมโฆษณา 4.อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ 5.อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ 6.อุตสาหกรรมเซรามิก

7 กลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) มาแรง

กลุ่มน้องใหม่ สตาร์ทอัพ (Startup) ก็มาแรง แนวโน้มธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ที่มีโอกาสเติบโตและน่าจับตามอง ในปี 2561 จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจภาคเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ เป็นหลัก โดยมีทั้งหมด 7 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มธุรกิจภาครัฐและการศึกษา 2.กลุ่มการเกษตรและอาหาร 3.กลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ 4.กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอนาคต 5.กลุ่มไลฟ์สไตล์และความบันเทิง 6.กลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว 7.กลุ่มเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์

ทุกธุรกิจมีการแข่งขัน การทำธุรกิจให้เกิดความสำเร็จ คุณจะต้องตอบให้ได้ว่า คุณดีกว่าคู่แข่งยังไง?" โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่บนโลกออนไลน์ นั่นคือเป็นเวทีระดับโลก

ความสำเร็จของผู้ประกอบการ จึงไม่ใช่เรื่องของการบริหาร หรือมีกลยุทธ์ด้านการตลาดที่ดีเท่านั้น ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่จะต้องสร้างตัวเองให้มี ความแตกต่าง พร้อมกับคุณภาพ และตอบโจทย์ลูกค้าได้ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจการลงทุนในปี 2561

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน