posttoday
สหรัฐเปิดศึกชูจีน 'คู่แข่ง' จุดไฟเวทีการค้ากรุ่น

สหรัฐเปิดศึกชูจีน 'คู่แข่ง' จุดไฟเวทีการค้ากรุ่น

17 ธันวาคม 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์หลังห่างหายจากการโจมตีใส่กันไปเสียพักใหญ่ระหว่างสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และมหาอำนาจเศรษฐกิจในอีกซีกโลกหนึ่งอย่างจีน จนความเสี่ยงด้าน "สงครามการค้า" เริ่มทุเลาลงไปให้หายใจหายคอได้บ้าง ทรัมป์ได้กลับมาย้ำเตือนโลกให้รู้อีกครั้งว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงมีจุดยืนเดิมต่อจีน

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

หลังห่างหายจากการโจมตีใส่กันไปเสียพักใหญ่ระหว่างสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และมหาอำนาจเศรษฐกิจในอีกซีกโลกหนึ่งอย่างจีน จนความเสี่ยงด้าน "สงครามการค้า" เริ่มทุเลาลงไปให้หายใจหายคอได้บ้าง ทรัมป์ได้กลับมาย้ำเตือนโลกให้รู้อีกครั้งว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงมีจุดยืนเดิมต่อจีน

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในวันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวถึงจีนในการปราศรัยประกาศยุทธศาสตร์ทางความมั่นคงของชาติ โดยจะกล่าวอย่างชัดเจนว่า สหรัฐเห็นจีนเป็น "คู่แข่งทางยุทธศาสตร์" ที่สำคัญ ขณะที่นอกเหนือจากการกล่าวถึงการยกระดับกองทัพและการต่อสู้กับกองกำลังก่อการร้ายแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐจะกล่าวถึงการทำให้ประเทศมีความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้าได้เพิ่มมากขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน คำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในรัฐบาลทรัมป์ ว่า แม้ทรัมป์จะกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเรื่องการเพิ่มการกดดันกับจีนและแก้ไขปัญหาการค้าในบางประการ แต่การประกาศดังกล่าวเป็นการชี้ชัดว่าสหรัฐกำลังมองไปยังความท้าทายที่จีนเป็นผู้ก่อ และไม่ควรมองเป็นความพยายามในการควบคุมจีนของสหรัฐ

ด้านรัฐบาลปักกิ่งได้ออกมากล่าว ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะขึ้นปราศรัย โดยหัวชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่สามารถให้รายละเอียดจนกว่าทรัมป์จะขึ้นปราศรัยได้ แต่ในเชิงหลักการแล้วจีนหวังว่าสหรัฐจะมียุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ในการสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพ รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศต่างเป็นความสัมพันธ์ที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

กระนั้นที่ผ่านมา ทั้งจีนและสหรัฐต่างก็มีความเคลื่อนไหว "ตอบโต้" ทางการค้าอยู่เนืองๆ

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) เปิดเผยรายงานตามมาตราพิเศษที่ 301 พบว่า จีนยังคงอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษในด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (PWL) เช่น มีมาตรการที่บีบให้บริษัทต่างชาติต้องยอมโอนย้ายเทคโนโลยีให้กับบริษัทจีน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการที่ต่างชาติจะเข้าไปเจาะตลาดจีนได้ หรือการมีสินค้าปลอมวางขายตามตลาดออนไลน์

ภาคส่วน "เทคโนโลยี" เป็นหนึ่งใน "จุดอ่อนไหว" ระหว่างสหรัฐและจีน โดยทรัมป์เคยเข้าขวางไม่ให้ แคนยอน บริดจ์ พาร์ทเนอร์ส บริษัทลงทุนที่มีจีนเป็นผู้หนุนหลัง เข้าซื้อ แลทติส เซมิคอนดักเตอร์ ผู้ผลิตชิปของสหรัฐ เพื่อปกป้องบริษัทของสหรัฐและเทคโนโลยีที่สำคัญ จากการนำไปใช้พัฒนากองทัพจีนและการปลอมแปลงสินค้า

นอกจากนี้ อีกภาคส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเดือดระหว่างทั้งสองฝั่ง คือ "เหล็ก"

ในเดือน เม.ย. สหรัฐได้สั่งสอบการนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมและอะลูมิเนียมจากจีน ตามกฎหมายการค้า มาตรา 232 เพื่อตรวจสอบว่าการนำเข้าดังกล่าวกระทบกับความมั่นคงของชาติหรือไม่ เนื่องจากเหล็กจากจีนใช้เป็นชิ้นส่วนในยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ทางทหาร ก่อนลงดาบตั้งกำแพงภาษีกับอะลูมิเนียมฟอยล์ในเบื้องต้นที่อัตรา 96.81-162.24% เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังสั่งสอบการนำเข้าอะลูมิเนียมอัลลอยแผ่นของจีน ตามกฎหมายภาษีนำเข้า เพื่อตรวจสอบว่าจีนมีการทุ่มตลาดหรือไม่ โดยเป็นการใช้กฎหมายดังกล่าวเข้าสอบเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ไม่ใช่เพียงแต่การมองไปยังที่จีนเพียงอย่างเดียว แต่สหรัฐยังตรวจสอบพบว่าจีนได้ส่งเหล็กไปผลิตในขั้นตอนสุดท้ายที่เวียดนาม และส่งไปยังสหรัฐ ส่งผลให้สหรัฐตั้งกำแพงภาษีกับเหล็กม้วนรีดเย็นและเหล็กกล้าไร้สนิมที่นำเข้าจากเวียดนาม ในระดับเดียวกับที่นำเข้าจากจีนที่ 531% และ 238% ตามลำดับ

สหรัฐพบว่ากระบวนการผลิตเหล็กดังกล่าว 90% เกิดขึ้นที่จีน และส่งไปเวียดนาม เพื่อหนีกำแพงภาษีที่สหรัฐตั้งกับจีนเมื่อปี 2015 หลังพบว่าจีนอุดหนุนผู้ผลิต โดยนับตั้งแต่สหรัฐตั้งกำแพงภาษีกับจีนไป การนำเข้าเหล็กม้วนรีดเย็นจากเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นจากปีละ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 363 ล้านบาท) เป็นปีละ 295 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,735 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้นั่งรออยู่เฉยๆ โดยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา จีนประกาศเตรียมจะยกเลิกภาษีส่งออกเหล็กบางชนิดเริ่มต้นในปีหน้า ซึ่งภาษีดังกล่าวอยู่ที่ราว 5-10% แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ และจีนมักใช้ภาษีดังกล่าวเป็นข้อโต้ตอบว่า ไม่ได้มีนโยบายกระตุ้นให้ผู้ผลิตส่งออกเหล็กอย่างเต็มรูปแบบ

หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า การยกเลิกดังกล่าวอาจกลายเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและคู่ค้า เช่น สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) กำลังย่ำแย่ลง

แดเนียล โรเซ็น อดีตที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผยกับเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ว่า มีความเป็นไปได้ที่การพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยืนยาวต่อไปจนถึงปี 2018 และภาคส่วนรถยนต์อาจกลายเป็นจุดต่อไปที่จะเกิดข้อพิพาททางการค้า เนื่องจากสหรัฐมักยกตัวอย่างภาคส่วนดังกล่าวยามคู่ค้าไม่เปิดกว้างเศรษฐกิจรับผลิตภัณฑ์ของสหรัฐมากเพียงพอ

สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ โดยเฉพาะเมื่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) เริ่มสิ้นมนต์ขลัง หลังการประชุมเมื่อวันที่ 10-13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่สามารถตกลงบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้เลย เนื่องจากความไม่ลงรอยระหว่างประเทศ

แม้มาตรการการค้าจะเป็นการบังคับใช้ระหว่างจีนและสหรัฐ หรือประเทศที่สามที่เกี่ยวข้อง แต่มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดของสินค้าชนิดนั้น เช่น ก่อนหน้านี้ กรกต ผดุงจิตต์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่สหรัฐตั้งภาษีกับเวียดนามอาจส่งผลให้เหล็กของเวียดนามทะลักเข้าตลาดอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การค้าในภาพรวมของปีหน้ายังคงมีแนวโน้มสดใสอยู่ เพราะที่ผ่านมาสงครามการค้าและลัทธิปกป้องการค้าไม่ได้รุนแรงเท่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ในตอนต้นปี อย่างที่สหรัฐเคยยกเลิกการขึ้นบัญชีจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน เนื่องจากจีนรับปากที่จะช่วยกดดันเกาหลีเหนือเพิ่มเติม

"ภัยคุกคามด้านการปกป้องการค้ายังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับฮาร์ดคอร์" โรเบอร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูทีโอ กล่าวก่อนหน้าการประชุมของดับเบิ้ลยูทีโอที่นครเจนีวา

ยังไม่แน่ว่าสหรัฐจะดำเนินนโยบายการค้าออกไปในทิศทางใดในปีหน้า และจะเข้มข้นมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างไม่อาจคาดเดาได้ n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน