
'ไทย-มาเลย์'พัฒนาประกัน
คปภ.ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกลางมาเลเซีย พัฒนาธุรกิจประกันภัยรับการค้าข้ามพรมแดน
คปภ.ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกลางมาเลเซีย พัฒนาธุรกิจประกันภัยรับการค้าข้ามพรมแดน
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนธุรกิจประกันภัยขยายการให้บริการเข้าไปในกลุ่มประเทศอาเซียน นอกเหนือจากประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จึงได้ลงนามความร่วมมือเบื้องต้น หรือเอ็มโอยูกับธนาคารกลางแห่งประเทศมาเลเซีย ในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยรองรับการค้าข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ จะมีการร่วมกันกำหนดกฎกติกาการกำกับดูแลให้มีความเป็นเอกภาพและเป็นประโยชน์ต่อการให้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศเข้าไปทำธุรกิจระหว่างกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงไทยจะได้ทำการเรียนรู้ระบบป้องกันการทุจริตการ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่มาเลเซียมีความก้าวหน้ากว่าไทย การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้านประกันภัย หรือ อินชัวร์เทค ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน การรองรับสังคมผู้สูงอายุ
"มาเลเซียมีพรมแดนติดกับไทย มีการเดินทางข้ามแดนด้วยรถยนต์ และช่องทางอื่นๆ ทั้งในรูปของการท่องเที่ยว การทำธุรกิจ และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจก็ใกล้เคียงกัน รวมถึงเบี้ยประกันภัยก็มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยไทยเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ส่วนมาเลเซียเป็นอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์ หากมีความร่วมมือใกล้ชิดขึ้นจะส่งเสริมให้เบี้ยประกันภัยของทั้งสองประเทศเติบโตได้อีก" นายสุทธิพล กล่าว
นายมูฮัมหมัด บิน อิบราฮิม ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ปัจจุบันมาเลเซียมีการค้าขายกับไทยทุกช่องทาง ทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ รวมถึงประชาชนทั้งสองประเทศก็มีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันในแต่ละปีมีจำนวนมาก ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองประเทศสามารถให้ความคุ้มครองความเสี่ยงทุกประเภทได้อย่างรวดเร็วทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ที่แต่ละประเทศประสบผลสำเร็จ เช่น การประกันภัยพืชผลของไทย การทำประกันภัยรถข้ามแดนที่จะเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เกิดโดยเร็ว ในขณะที่มาเลเซียมีการพัฒนาเรื่องการป้องกันการทุจริตสินไหมทดแทนประกันสุขภาพและประกันรถยนต์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและประชาชน เพราะหากป้องกันได้จะทำให้เบี้ยประกันภัยลดลง
ขณะเดียวกัน มาเลเซียและไทยต่างก็เผชิญกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเหมือนกัน จำเป็นต้องพัฒนาสินค้าความคุ้มครองให้สอดคล้องกับผู้สูงวัยควบคู่ไปกับการให้ความรู้ การสร้างความตระหนักให้คนรุ่นใหม่ๆ เห็นความสำคัญของการเก็บออม การทำประกันสุขภาพ เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น







