
Information Operation (3)
ปกาสิต ธนาวริทธิ์[email protected]ที่ปรึกษาองค์กรบริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัดต่อเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่กล่าวถึงการปฏิบัติการข่าวสาร โดยหลักการการปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations : IO) เป็นหลักการเพื่อใช้ในการบูรณาการสารสนเทศในทุกๆ ด้าน เพื่อปกป้อง สนับสนุนและเพื่อการเพิ่มอำนาจกำลังรบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีอำนาจในการควบคุมสนามรบในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ ด้วยอาวุธรวมทั้งทรัพยากรที่เหมาะสม ด้วยการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการรวบรวม นำเข้ากระบวนการแยกแยะและวิเคราะห์ และนำไปสู่ภาคการปฏิบัติข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำไปสู่การได้เปรียบในการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการข่าวสาร (IO) นั้นเป็นการนำเอาพันธกิจการปฏิบัติการทางทหารหลายประการที่มีผลกระทบต่อการคิด ตัดสินใจของฝ่ายตรงข้าม หรือสร้างอิทธิพลต่อการคิด การตกลงใจ จากข้อมูลข่าวสารและระบบสารสนเทศของฝ่ายตรงข้าม
ปกาสิต ธนาวริทธิ์[email protected]ที่ปรึกษาองค์กรบริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัด
ต่อเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่กล่าวถึงการปฏิบัติการข่าวสาร โดยหลักการการปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations : IO) เป็นหลักการเพื่อใช้ในการบูรณาการสารสนเทศในทุกๆ ด้าน เพื่อปกป้อง สนับสนุนและเพื่อการเพิ่มอำนาจกำลังรบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีอำนาจในการควบคุมสนามรบในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ ด้วยอาวุธรวมทั้งทรัพยากรที่เหมาะสม ด้วยการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการรวบรวม นำเข้ากระบวนการแยกแยะและวิเคราะห์ และนำไปสู่ภาคการปฏิบัติข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำไปสู่การได้เปรียบในการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการข่าวสาร (IO) นั้นเป็นการนำเอาพันธกิจการปฏิบัติการทางทหารหลายประการที่มีผลกระทบต่อการคิด ตัดสินใจของฝ่ายตรงข้าม หรือสร้างอิทธิพลต่อการคิด การตกลงใจ จากข้อมูลข่าวสารและระบบสารสนเทศของฝ่ายตรงข้าม
"IO" เป็นส่วนหนึ่งของ "Information Warfare" หรือ "สงครามสารสนเทศ" หรือ "สงครามข่าวสาร" อาจเรียกว่า "Cyber War" หรือ "Net War" โดยคำว่า "Information Operation" หรือ "การ ปฏิบัติการสารสนเทศ" นั้นเป็นหลักการที่ออกเป็นเอกสารอย่างเป็น ทางการครั้งแรกโดยกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกาในปี 2003 อนุมัติหลักการโดยโดนัลด์ รัมเฟล (Donald Rumsfeld) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และเป็นเอกสารที่เปิดเผย (Declassified) ในเดือน ม.ค. 2006
การปฏิบัติการข่าวสารในยุคเก่าเป็นการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น โดยส่วนหนึ่งเป็นการสู้กันผ่านมิติของการโฆษณาชวนเชื่อ หรือมิติของโฆษณาทางการเมือง ลักษณะของการโฆษณาทางการเมืองในแบบเปิด บ่อยครั้งจะเห็นชัดว่าผู้ทำก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลเท็จ เพราะถ้าใช้ข้อมูลเท็จมากจนถูกจับได้บ่อยๆ ปฏิบัติการข่าวสารชุดนั้น หรือปฏิบัติการจิตวิทยาชุดนั้น หรือปฏิบัติการโฆษณาชวนเชิญชุดนั้น จะหมดศักยภาพด้วยตัวของมันเอง ฉะนั้นสิ่งที่บรรดาคนซึ่งเปิดปฏิบัติการข่าวสารต้องตระหนักอย่างหนึ่ง ก็คือ แม้ว่าอยากใช้ข้อมูลที่ได้จากการสร้างข่าวเท็จ ข่าวปลอม แต่ถ้าถูกจับได้จนถึงจุดหนึ่ง เช่น ในกรณีที่เป็นเว็บไซต์ เว็บไซต์ดังกล่าวนั้นก็จะหมดค่าไป หรือในกรณีที่เป็นตัวบุคคล อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตัวอย่างคนที่โพสต์แล้วข้อมูลผิด ได้กลายเป็นเป้า ซึ่งในมุมหนึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าความน่าเชื่อถือของข้อมูล หรือความน่าเชื่อถือของสิ่งต่างๆ ที่นำเสนอผ่านปฏิบัติการข่าวสารหมดค่าด้วยตัวของมันเอง
แม้ว่าในปัจจุบันจะมีสื่อบางส่วนที่เล่นบทเหมือนกับเป็นตัวจุดกระแส โดยจะมีการเปิดประเด็นผ่านสื่อบางฉบับ มีการเปิดประเด็นผ่านเว็บไซต์บางเว็บไซต์ แล้วก็จะมีคนตามเอาสิ่งที่ปล่อยมา เอาไปส่งต่อเพื่อให้เกิดกระแสโจมตีอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้ามองปฏิบัติการข่าวสารในบริบทของทหาร ในทุกปฏิบัติการต้องมีตัวศูนย์ปฏิบัติการ แต่ว่าในโลกที่ข่าวสารมีการไหลเวียนอย่างไม่มีขีดจำกัด ศูนย์ปฏิบัติการข่าวสารไม่มีความจำเป็นที่ต้องเป็นเหมือนศูนย์ของทหารในอดีต ฉะนั้นศูนย์อาจจะกลายเป็นเว็บไซต์บางเว็บไซต์ อาจจะกลายเป็นสื่อบางสำนัก หรือเป็นบุคคลที่เป็นตัวสื่อ ทุกอย่างอยู่กับทุกคนที่เสพสื่อ โดยผู้ที่รับสื่อนั้นก็เป็นนักปฏิบัติการข่าวสารไปพร้อมๆ กัน
ในชีวิตของโลกสมัยใหม่ ข่าวสารคือตัวเรา เมื่อข่าวสารเป็น ตัวเรา เราก็เป็นคนที่อยู่กับข่าว ไม่แตกต่างจากสื่อทั้งหลาย เพราะ อดีตข่าวสารเป็นเรื่องและหน้าที่ของสื่อสารมวลชน แต่ทุกวันนี้คน ส่วนใหญ่มักจะทำตัวเป็นสื่อด้วยตัวเอง (Mediatization) โดยจะกระจายข่าวสารด้วยวิธีการแบ่งปัน โดยขาดการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อน ตราบใดที่ข้อมูลที่ได้รับตรงกับความเชื่อของผู้รับ ผู้รับก็จะส่งต่อข้อมูลนั้นต่อไป
ในการที่จะเพิ่มศักยภาพและพลังอำนาจให้ได้ความเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม ด้วยการที่สามารถรู้ก่อน (See First) ตัดสินใจก่อน (Decide First) ปฏิบัติก่อน (Act First) และปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลกว่า (Act More Effectively)







