posttoday
การศึกษากับสังคมสูงวัย ปัญหาและโอกาส

การศึกษากับสังคมสูงวัย ปัญหาและโอกาส

17 ธันวาคม 2560

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากตัวแทนนางงามจากประเทศไทยได้พูดถึงเรื่องสังคมสูงวัย

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากตัวแทนนางงามจากประเทศไทยได้พูดถึงเรื่องสังคมสูงวัย (Aging Society) บนเวทีการประกวดนางงามจักรวาล เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึงกันอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลวิชาการจากสภาพัฒน์ออกมาว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ภายในปี 2564 เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด

ข้อมูลของธนาคารโลกยังทำนายว่าภายใน 23 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีถึง 17 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากร ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยและประเทศจีนเป็นสองประเทศกำลังพัฒนาที่มีสัดส่วนสูงวัยสูงที่สุดในเอเชีย หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น 2 ประเทศที่กำลังจะ "แก่ก่อนรวย"

จริงๆ แล้วการมีผู้สูงอายุจำนวนมากนั้นมิใช่ปัญหา เพราะเมื่อวิทยาการทางการแพทย์มีความก้าวหน้า ระบบเศรษฐกิจมีการพัฒนาดีขึ้น ประชากรย่อมจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ แต่ปัญหาสังคมสูงวัยเกิดขึ้นมาจาก 2 ปัญหาหลัก ได้แก่

1.ปัญหาเชิงประมาณ เช่น อัตราการเกิดที่ลดลงรวดเร็วอันเนื่องมาจากการแต่งงานและการมีบุตรช้าลงของครอบครัวรุ่นใหม่ หรือการมีครอบครัวขนาดที่เล็กลง

2.ปัญหาเชิงคุณภาพ เช่น ประชากรวัยเรียนและวัยแรงงานประสบปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาและคุณภาพแรงงาน จนทำให้ระดับรายได้ต่อหัวโดยเฉลี่ย และการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำกว่าความต้องการของประเทศ

ด้วย 2 สาเหตุหลักนี้จึงทำให้เกิดภาวะที่ "รายได้ของประชากรวัยแรงงาน" ไม่เพียงพอต่อ "รายจ่ายของประชากรสูงวัย" จนรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุจนส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินการคลังของประเทศได้ในที่สุด บางประเทศเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างกรีซ สุดท้ายเมื่อรัฐบาลต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัด ตัดสวัสดิการผู้สูงอายุ ก็เกิดการประท้วงกันโกลาหล อย่างที่เป็นข่าวไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน

มาตรการในการแก้ไขปัญหาเชิงปริมาณการเกิดของประชากรที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในต่างประเทศคือ การสร้างแรงจูงใจในการมีครอบครัวและมีลูกให้เร็วขึ้นผ่านมาตรการทางภาษีต่างๆ และการให้สิทธิการลาคลอดของทั้งคุณแม่และคุณพ่อ เป็นต้น

ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงคุณภาพประชากรวัยเรียนและวัยแรงงานคือการสร้างความเสมอภาคในโอกาสและคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ปัจจุบันยังมีเด็กเยาวชนวัย 3-18 ปีกว่า 6.7 แสนคนทั่วประเทศไทยที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยอัตราเจริญพันธ์ุที่ลดลงเรื่อยๆ (ปัจจุบันสตรีไทย 1 คนมีจำนวนบุตรเฉลี่ยวัยเจริญพันธ์ุของตนเพียง 1.59 คนเท่านั้น) ประเทศไทยไม่สามารถปล่อยให้เด็กเยาวชนแม้แต่คนเดียวหลุดออกจากระบบการศึกษาจนกลายเป็นแรงงานไร้ฝีมือที่จะมีรายได้ต่ำและมีแนวโน้มจะไม่เข้ามาอยู่ในฐานภาษีของประเทศตลอดวัยแรงงานกว่า 40 ปีของเขาได้ นับเป็นความเสียหายที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน

สังคมสูงวัยมิได้มีแต่ปัญหา แต่ยังมีโอกาสที่น่าสนใจมากต่อการพัฒนาผ่านการศึกษา เช่น ด้วยจำนวนประชากรสูงวัยที่จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในอนาคตอันใกล้นี้ จำนวนเม็ดเงินในการใช้จ่ายเพื่อการดูแลประชากรกลุ่มนี้ย่อมเพิ่มสูงขึ้น ภาครัฐและภาคเอกชนจึงควรลงทุนในการศึกษา วิจัยและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับประชากรกลุ่มนี้

หากมองไปที่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ยังคงเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่ยังเป็นคนหนุ่มสาววัยแรงงานอยู่ แต่เมื่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่มีประชากรกว่าครึ่งนึงของประชาคมอาเซียนเหล่านี้มีการเจริญเติบโตถึงจุดหนึ่งแล้ว อัตราการเกิดของประชากรก็จะเริ่มลดลงจนทำให้ประเทศเหล่านี้เข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกับประเทศไทย

นโยบายหรือมาตรการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร อุปกรณ์ เทคโนโลยี บริการ อาหาร ยา ฯลฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงวัยย่อมมีโอกาสในการแสวงหาผลตอบแทนจากความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ

ประเทศไทยจึงมีศักยภาพที่จะพลิกวิกฤตสังคมผู้สูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาการศึกษา กำลังคน นวัตกรรม และเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน และกว้างไกลถึงระดับภูมิภาคได้ในอนาคต

ดีไม่ดี ประเทศไทยอาจจะ "รวยตอนแก่" ก็ได้นะครับ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้